การประชุมประชาคม เรื่องมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณพื้นที่อำเภอเกาะสีชัง

 

กรมทรัพย์ ฯ ประชุมประชาคมชาวบ้าน อำเภอเกาะสีชัง ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง พร้อมหนุนใช้มาตรา 17 ตาม พ.ร.บ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หลังสิ่งแวดล้อมในทะเลเสื่อมโทรมหนัก โดยมีบทลงโทษที่รุนแรงขึ้นกว่าเดิม

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 3 กันยายน 2561 นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานการประชุมประชาคม เรื่อง มาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณพื้นที่อำเภอเกาะสีชังและอำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี ณ อาคารอเนกประสงค์ศูนย์ราชการเทศบาลตำบลเกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี โดยมีนายดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง นายกิตติพงษ์ กิติคุณ นายอำเภอเกาะสีชัง นายนิติ วิวัฒน์วานิช นายอำเภอศรีราชา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมด้วยชาวบ้านอำเภอเกาะสีชังและ ผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำ กว่า 300 คนเข้าร่วมประชุมในครั้งนี้

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัญหาสิ่งแวดล้อมบริเวณพื้นที่เกาะสีชัง และพื้นที่ใกล้เคียง มีปัญหาสะสมมาเป็นเวลานาน ซึ่งปัญหาดังกล่าวทางกรมทรัพย์ฯ มีความเป็นห่วงถึงปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะปัญหาความเสื่อมโทรมของน้ำทะเล เนื่องจากบริเวณนั้นมีเรือสินค้าเข้ามาจอดขนถ่ายสินค้าเป็นจำนวนมาก ปีละหลาย 1,000 ลำ

ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานของจังหวัดที่ประกอบไปด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวม 55 หน่วยงาน โดยมี พล.ต.ทัศไนย ประทุมทอง รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรี (ฝ่ายทหาร) เป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีนายธเนศ มั่นน้อย ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 เป็นเลขานุการเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา การลักลอบทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูลลงทะเลและชายฝั่ง โดยหามาตรการในการดูแลป้องกันปัญหาและผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ซึ่งกรมทรัพย์ฯ จึงเตรียมใช้มาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 แต่การใช้มาตรการดังกล่าวจะต้องประชุมประชาคมเรื่องมาตรการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งบริเวณพื้นที่อำเภอเกาะสีชังและบริเวณอำเภอศรีราชาด้วย

นายจตุพร กล่าวต่อไปว่า ที่ผ่านมา จังหวัดชลบุรี ได้มีการสอบถามความคิดเห็นประชาชนและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมาแล้ว และในครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อเตรียมนำเข้าสู่คณะกรรมการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจังหวัดชลบุรี ที่มีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดชลบุรีให้ความเห็นชอบ จากนั้นส่งเรื่องไปที่กรมทรัพย์ฯ เพื่อประกาศลงราชกิจจานุเบกษา และจะมีผลบังคับใช้หลังประกาศภายใน 90 วัน

สำหรับการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยจะนำมาตรา 17 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. 2558 มาใช้นั้น จะมีโทษที่รุนแรงขึ้น คือ ระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปีปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ แต่การดำเนินมาตรการดังกล่าวไม่ใช่จะแก้ปัญหาที่ดี หากไม่ได้รับความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการ แต่ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือก็ต้องใช้มาตรการดังกล่าวอย่างจริงจังต่อไป

นายดำรงค์ เภตรา นายกเทศมนตรีตำบลเกาะสีชัง กล่าวว่า ขณะนี้ประชาชนและผู้ประกอบการส่วนใหญ่เห็นชอบ ที่จะประกาศใช้มาตรา 17 ในพื้นที่อำเภอเกาะสีชัง ซึ่งหากประกาศใช้อย่างเป็นทางการ จะทำให้การดูแลสิ่งแวดล้อมมีความชัดเจนขึ้น เนื่องจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีปลัดและรองปลัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นเจ้าพนักงานในท้องที่รับผิดชอบของตนเอง ซึ่งที่ผ่านมาได้รับมอบอำนาจหรือมอบหมายเพียงแค่แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเท่านั้นแต่กฎหมายนี้สามารถเข้าไปดำเนินการได้ทันที นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นสามารถออกตรวจตราการกระทำผิดได้ตลอดเวลา เมื่อนำข้อกฎหมายดังกล่าวมาปฏิบัติใช้อย่างจริงจัง ปัญหาการลักลอบทิ้ง เท หรือสร้างส่งผลกระทบต่อท้องทะเลจะดีขึ้นหรือหมดไปอย่างแน่นอน