5 สถานที่ห้ามพลาด…เมื่อมาเที่ยวเกาะสีชัง

เที่ยวเกาะสีชัง
เที่ยวเกาะสีชัง

‘เกาะสีชัง’ เที่ยวง่าย วันเดียวก็เที่ยวได้ แถมอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ เดินทาง 2 ชั่วโมงถึง ถ้าหากพูดถึง ‘เกาะสีชัง’ เราจะนึกถึงสะพานไม้สีขาวทอดยาวออกไปนอกทะเล หรือสะพานที่มีชื่อว่า ‘สะพานอัษฎางค์’  ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่เกาะสีชังไปแล้ว แต่นอกจาก  ‘สะพานอัษฎางค์’ แล้ว บนเกาะสีชัง ก็ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ที่หากใช้เวลาเพียงแค่วันเดียวก็คงจะเที่ยวได้ไม่หมด แต่สำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย ภายใน 1 วัน จะแพลนไปไหนบ้างอย่างไรดี วันนี้เรายกเอาสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญๆ บนเกาะสีชัง ที่ต้องห้ามพลาด มาเกาะสีชังทั้งที ถ้าไม่มา 5 สถานที่นี้ เหมือนมาไม่ถึง เหมาะสำหรับผู้ที่มีเวลาน้อย แต่ก็ได้เที่ยวอย่างคุ้มค่า เรามาดูกันว่ามีสถานที่อะไรบ้าง

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่

  1. ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ 

แน่นอนว่า ทุกครั้งที่เราไปต่างจังหวัด หรือไปในสถานที่ต่างๆ ย่อมมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของสถานที่นั้นๆ และก็เช่นเดียวกัน ‘ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่’ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวเกาะสีชัง และเป็นสิ่งแรกที่เราต้องควรไปเคารพสักการะ แวะมากราบไหว้ขอพร ก่อนที่เราจะเดินทางไปท่องเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ บนเกาะสีชัง โดยมีความเชื่อว่า ถ้าได้มาไหว้ติดต่อกัน 3 ปี จะสมปรารถนาในสิ่งที่ขอ

ศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ผสมผสานสถาปัตยกรรมจีนและไทยเข้าด้วยกัน ตั้งอยู่บนเชิงเขาสูงทางทิศเหนือของเกาะสีชัง ปัจจุบันเขาลูกนั้นชื่อว่าเขาคยาศิระ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่บรรดาชาวจีนทั้งในและต่างประเทศให้ความเคารพสักการะ โดยเฉพาะเรื่องค้าขายและการงาน องค์เจ้าพ่อเขาใหญ่จะอยู่ภายในถ้ำบนเขา ด้านบนยังสามารถมองเห็นวิวโดยรอบของเกาะสีชังแบบพาโนราม่าได้อีกด้วยโดยตัวอาคารของศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ทาสีแดงเป็นสีหลักสามารถมองเห็นเด่นชัดจากท่าเรือเมื่อมาถึงเกาะ สำหรับทางขึ้นมีบันไดแยกเป็น 2 ทาง ด้านขวาเป็นศาลเจ้าแม่กวนอิม และด้านซ้ายมือเป็นทางขึ้นศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ซึ่งหากนักท่องเที่ยวต้องการความสะดวกในการขึ้นไปสักการะองค์เจ้าพ่อเขาใหญ่นอกจากการเดินตามทางบันไดหลักแล้วนั้น ยังมีรถกระเช้าคอยให้บริการซึ่งสามารถนั่งได้ครั้งละไม่เกิน 6 – 8 ที่นั่ง เหมาะสำหรับผู้สูงวัย โดยค่าบริการนั้นแล้วแต่ศรัทธาโดยมีตู้รับบริจาคอยู่ด้านบน สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://bit.ly/2LxiWXx

การเดินทาง

ออกจากท่าเรือเลี้ยวขวาแยกทิวไผ่ มุ่งหน้าไปทางทิศเหนือของเกาะสีชัง 900 เมตร มีป้ายบอกทางไปศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ระยะทางจากท่าเรือเทววงษ์  1.5 กิโลเมตร

 

รอยพระพุทธบาท

2. รอยพระพุทธบาท

โบราณสถานที่สูงที่สุดของเกาะสีชัง สถานที่ประวัติศาสตร์อันมีความสวยงาม นิยมขึ้นไปกราบไหว้ในช่วงเช้า เนื่องจากบริเวณสถานที่ตั้งนั้นอยู่ทางทิศเหนือของเกาะ  ทำให้ได้รับแสงแรกแห่งวันก่อนสถานที่ใดในเกาะ เพื่อความโชคดีในการเดินทางท่องเที่ยวตลอดทริป โดยในช่วงเช้านั้นบริเวณรอยพระพุทธบาทสามารถถ่ายรูปได้สวยในทุกมุมมอง เชิญพิสูจน์ความงามยามเช้าได้เลย

รอยพระพุทธบาทเกาะสีชัง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของประเทศไทย ความศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาสูง ใต้ร่มเงาพุทธศาสนา ณ ไหล่คยาศิระ มณฑปสีขาวบริสุทธิ์ สัญลักษณ์แห่งศรัทธาที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงสร้างไว้ให้กับเกาะอันเป็นที่รัก ปัจจุบันเด่นตระหง่านเป็นมงคลแก่ผู้พบเห็น หลักชัยสมัยพุทธกาลเกิดขึ้นบนเกาะสีชัง ในปี พ.ศ. 2435 โดยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ ทรงได้ศิลารอยพระพุทธบาทโบราณมาจากพุทธคยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงโปรดให้เชิญรอยพระพุทธบาทนั้น ขึ้นประดิษฐาน ณ ไหล่เขายอดพระจุลจอมเกล้า เพื่อเป็นศูนย์กลางการสรรเสริญพุทธศาสนาเกาะสีชัง ในครั้งนั้นโปรดเกล้าฯ ให้จัดเป็นงานพิธีหลวง ทรงเป็นองค์ประธานในการประกอบพิธีสงฆ์และโปรดฯ ให้สมโภชรอยพระพุทธบาท ในวันที่ 28 – 30 เมษายน พ.ศ. 2435 พร้อมกับพระราชทานชื่อไหล่เขาที่มาประดิษฐานรอยพระพุทธบาทว่า “ไหล่คยาศิระแห่งยอดเขาพระจุลจอมเกล้า”

ทางเดินขึ้นมณฑปรอยพระพุทธบาท

สำหรับทางเดินขึ้นมณฑปรอยพระพุทธบาท หากมองเป็นในแง่มุมของการเดินเท้าขึ้นไปยังยอดเขาพระจุลจอมเกล้า คงกล่าวได้ว่ามณฑปสีขาวแห่งนี้คล้ายดังสถานที่หย่อนใจให้หายเหนื่อย ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ปลายยอดเขา ซึ่งสามารถขึ้นได้ 3 ทาง ดังนี้

1. เส้นทางนี้นักท่องเที่ยวนิยมเดินขึ้น หลังจากที่เดินทางไปนมัสการเจ้าพ่อเขาใหญ่ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเชื่อมผ่านก่อนขึ้นสู่ศาลพระสังกัจจายน์ สังเกตสิงห์คู่ด้านหน้าทางขึ้นก่อนเข้าสู่ชายคาของศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ โดยมีความเชื่อว่าเมื่อได้เข้ากราบไหว้ขอพรเชื่อว่าให้ลาภผลพูนทวีแก่ผู้เดินทาง ต่อมาคือ ถ้ำหลวงปู่ฤาษี เมื่อได้เข้ากราบไหว้ขอพรทำบุญเชื่อว่าให้ผลเรื่องสุขภาพร่างกายเป็นยิ่งนัก ต่อไปคือ องค์พระพุทธรัตนะปกป้องไทย เป็นจุดสุดท้ายก่อนถึง รอยพระพุทธบาท โดยตลอดระหว่างทางขึ้นจะเป็นซุ้มต้นไม้ลีลาวดีสลับไม้พื้นถิ่น ทำให้ในฤดูที่ ลีลาวดีออกดอกงามสะพรั่ง ทางปูนซีเมนต์ขนาดพอดีจึงเป็นที่รับการล่วงหล่นของดอกไม้งามประจำเกาะสีชัง เส้นทางบันไดทั้งหมด 336 ขั้นนี้ สูงประมาณ 268 เมตร เปี่ยมด้วยกุศลอันแรงกล้าและอิ่มบุญสดชื่น เมื่อถึงปลายทางโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์
2. เส้นทางประวัติศาสตร์พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ในการเสด็จพระราชดำเนินขึ้นเป็นองค์ประธานใน การประกอบพิธีสงฆ์ และ โปรดให้จัดงานสมโภชในครั้งนั้น โดยทางเดินขึ้นเส้นทางนี้อยู่เลยซุ้มศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ด้านขวามือ มีลักษณะเป็นปูนดิบกว้างพอสวนกันได้ ด้านล่างทางขึ้นมีหัวเสาให้เห็นร่องรอยอนุสรณ์ทาง เสด็จพระราชดำเนิน ครั้งอดีต จำนวนขั้นบันไดทั้งหมดมี 500 ขั้น สูงประมาณ 370 เมตร ระหว่างทางสามารถ ชื่นชมความงามธรรมชาติของเกาะสีชังและหวนรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ในครั้งนั้น
3. เส้นทางรถจักรยานยนต์ เส้นทางนี้สามารถขับจักรยานยนต์ หรือ รถสกายแลปรับจ้างขึ้นไปได้ เพราะเป็นซีเมนต์ลาดเรียบตลอดทั้งสาย สองข้างทางต้นไม้พันธุ์ถิ่นขึ้นเต็ม กว้างขวางด้วยตัวถนนสามารถสวนกันไปมาได้อย่างสบาย ด้านขวามือเป็นวิวมุมกว้างยิ่งขึ้นสูงยิ่งสวย มีไหล่ทางให้หลบกันเป็นระยะ สะดวกทั้งรถสะดวกทั้งนักท่องเที่ยวในกรณีเดินขึ้นทางนี้ ใกล้ถึงปลายทางซ้ายมือมีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ถ้ำพระจุลจอมเกล้า ตรงไปอีกไม่ไกลก็ถึงลานจอดรถมอเตอร์ไซด์ หรือไหล่คยาศิระ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://bit.ly/2LxiWXx

 

พระจุฑาธุชราชฐาน (พระราชวัง)

3. พระจุฑาธุชราชฐาน (พระราชวัง)

พระราชวังแห่งเดียวในไทยที่สร้างอยู่บนเกาะ คงต้องบอกว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่พลาดหากมาเยือนบนเกาะแห่งนี้ ด้วยเรื่องราวต่างๆ มีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อนักท่องเที่ยวผู้ที่สนใจอย่างมาก ปัจจุบันที่นี่ยังได้เปิดเป็นพิพิธภัณฑ์พระจุฑาธุชราชฐาน รวบรวมเรื่องราวพระราชกรณียกิจต่างๆ ของรัชกาลที่ 5 และพระบรมวงศ์ศานุวงศ์บนเกาะสีชัง ไว้อย่างครบถ้วน โดยพลาดไม่ได้กับการถ่ายรูปคู่กับสะพานที่เปรียบเหมือนดั่งอีกหนึ่ง สัญลักษณ์ของเกาะสีชัง คือ สะพานอัษฎางค์ รวมไปถึงโบราณสถานอันสำคัญภายในพระราชฐานอีกเป็นจำนวนมาก เช่น พระเจดีย์อุโบสถ วัดอัษฎางคนิมิตร, เรือนไม้ริมทะเล, เรือนวัฒนา, เรือนผ่องศรี, เรือนอภิรมย์ เป็นต้น สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://bit.ly/2LxxI0g

สะพานอัษฎางค์

มาถึงเกาะสีชังทั้งที จะพลาดกับสะพานไม้สีขาวแห่งนี้ได้อย่างไร ถือว่าเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่เกาะสีชังไปแล้ว สมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างสะพานทอดลงไปในทะเล โดยพระราชทานนามว่า “สะพานอัษฎางค์” สะพานท่าเรือขนาดใหญ่ สร้างด้วยไม้สักทาสี

ปัจจุบันสะพานอัษฎางค์ ถือเป็นอีกหนึ่ง Landmark ที่ทุกคนที่ไปเกาะสีชัง พลาดไม่ได้ที่จะเยี่ยมชมความงดงามของโบราณสถานแห่งนี้ โดยสะพานอัษฎางค์ สะพานที่ทอดยาวไปกลางทะเล ด้วยเอกลักษณ์ทางด้านสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น จึงเป็นจุดถ่ายรูปที่สวยที่สุดแห่งของเกาะสีชัง

สะพานอัษฎางค์ ก่อเกิดจากความรัก ความห่วงใยในพสกนิกรของพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 5 สะพานแห่งนี้จึงถูกขนานนามอีกชื่อหนึ่งว่า “สะพานแห่งรัก” อันเป็นสัญลักษณ์แห่งความรักของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวที่มีต่อชาวเกาะสีชังที่อยู่ข้ามผ่านเหนือกาลเวลาจวบจนทุกวันนี้ สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://bit.ly/2OkrizD

 

ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด)

4. ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด)

จุดชมวิวที่สร้างความรู้สึกอันดี สามารถทำให้นักท่องเที่ยวได้ดื่มด่ำกับสายลมและแสงแดด บรรยากาศอันอบอวลด้วยความรักในอดีต เรื่องราวต่างๆ ได้เล่าผ่านโบราณสถานอันโรแมนติก สะพานปูนสีขาวที่ทอดตัวยาวไปตามหน้าผาหิน อบอวลด้วยเรี่องราวเล่าขาน ที่ยังคงเหลือไว้ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาและเยี่ยมเยือนต่อไป

ถือว่าเป็นหนึ่งในจุดชมวิวที่สามารถรับชมพระอาทิตย์ตกดินได้สวยงามที่สุด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งในไฮไลท์เด็ดที่มาเกาะสีชังแล้วต้องห้ามพลาดเลยทีเดียว ยิ่งหากมาในช่วงเย็นๆ พระอาทิตย์ใกล้ตกดินยิ่งสวย สามารถมองเห็นได้ทั้งเกาะ หน้าผา และทะเล แถมมีสะพานปูนสีขาวให้เดินเลียบทะเลชมวิวรอบๆ

ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด) ตั้งอยู่ตำแหน่งด้านหลังเกาะทางทิศตะวันตกติดกับแหลมมหาวชิราวุธ เป็นช่องเขาใหญ่ที่อยู่ระหว่างยอดมหาวชิราวุธกับยอดยุคล มีทางเชื่อมกับถนนเสาวภา ผ่านช่องไปออกทะเลที่แหลมมหาวชิราวุธ หากอยู่กลางทะเลจะเห็นความสวยงามทางธรรมชาติเป็นภาพเขาที่ขาดออกจากกัน แต่หากชมวิวทิวทัศน์จากบนเกาะบริเวณนี้ก็สามารถชมความงดงามของท้องทะเล เกลียวคลื่นกระทบหินผาอันสูงชันที่เรียกว่า เทือกศิลามหาวชิราวุธ อันเป็นมุมที่ชมความงามได้ถึง 360 องศา มองเห็นทั้งเกาะ หน้าผา ทะเล รวมถึงสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์ ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดบนเกาะสีชัง สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://bit.ly/2O7zItf

 

หาดถ้ำพัง อ่าวอัษฎางค์

5. อ่าวอัษฏางค์ (หาดถ้ำพัง)

และสุดท้ายอีกหนึ่งไฮไลท์เด็ดที่พลาดไม่ได้เช่นเดียวกัน มาเกาะทั้งที ถ้าไม่ได้มาเล่นน้ำทะเล เหมือนมาไม่ถึง ที่เกาะสีชังก็มีหาดที่สามารถลงเล่นน้ำได้อย่าง หาดถ้ำพัง หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “อ่าวอัษฎางค์”  ตั้งอยู่ทางตะวันตกค่อนมาทางใต้ของเกาะสีชัง โดยคำว่าอ่าวนั้นมีลักษณะเป็นเวิ้งน้ำและเว้าโค้ง ส่วนคำว่าหาดนั้นคือเนินที่ลาดเอียงลงไปในน้ำและมักเป็นเนินทราย หาดถ้ำพังจึงเป็นส่วนหนึ่งของอ่าวอัษฎางค์ แต่ถูกเรียกโดยรวมและเข้าใจตรงกันว่าทั้งสองชื่อนี้เป็นสถานที่เดียวกัน ชายทะเลแห่งนี้นับรวมถึงปลายแหลมสิ่งต่างในรัศมีสายตาเมื่อเรายืนมองอยู่บนหาดชายหาดของที่นี่สามารถเล่นน้ำและทำกิจกรรมทางน้ำได้ดีที่สุดบนเกาะสีชัง  ทางเหนือของหาดมีแหลมถ้ำพัง ทางใต้เรียกว่าแหลมตุ๊กตา ล้วนเป็นสถานที่ที่มีทิวทัศน์ที่งดงามแปลกตาและมีความเฉพาะตัวในส่วนของแหลมถ้ำพัง เป็นจุดที่นักตกปลานิยมไปตกปลา และยังเป็นอีกหนึ่งจุดในการชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม และยังได้รับความนิยมจากคู่รักในการรับมนต์เสน่ห์ของดวงอาทิตย์อัสดง ความโรแมนติกที่ยากจะอธิบายเพียงแต่ปล่อยอารมณ์แล้วลองมาชมด้วยตัวเอง น้ำทะเลสีฟ้าอมเขียวน่าเล่น บริเวณหาดถ้ำพังยังมีเต็นท์ผ้าใบให้นั่งนั่งชิลๆ ริมทะเล ทานอาหารทะเล  แถมมีมุมชิคๆ และจุดชมวิวก่อนทางเดินลงหาดให้ถ่ายรูปเล่นเก๋ๆ อีกด้วย ใครอยากเล่นน้ำที่เกาะสีชังต้องแวะมาที่นี่เลย สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่  https://bit.ly/2LYMtZF