ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด)

รายละเอียด

ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด) ตั้งอยู่ตำแหน่งด้านหลังเกาะทางทิศตะวันตกติดกับแหลมมหาวชิราวุธ เป็นช่องเขาใหญ่ที่อยู่ระหว่างยอดมหาวชิราวุธกับยอดยุคล มีทางเชื่อมกับถนนเสาวภา ผ่านช่องไปออกทะเลที่แหลมมหาวชิราวุธ หากอยู่กลางทะเลจะเห็นความสวยงามทางธรรมชาติเป็นภาพเขาที่ขาดออกจากกัน แต่หากชมวิวทิวทัศน์จากบนเกาะบริเวณนี้ก็สามารถชมความงดงามของท้องทะเล เกลียวคลื่นกระทบหินผาอันสูงชันที่เรียกว่า เทือกศิลามหาวชิราวุธ อันเป็นมุมที่ชมความงามได้ถึง 360 องศา มองเห็นทั้งเกาะ หน้าผา ทะเล รวมถึงสิ่งปลูกสร้างทางประวัติศาสตร์ ถือเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดบนเกาะสีชัง

ช่องอิศริยาภรณ์ กับความสำคัญทางประวัติศาสตร์

ชื่อเดิมที่ชาวเกาะสีชังนิยมเรียกบริเวณนี้ว่า “ช่องเขาขาด หาดหินกลม” เนื่องจากหากเดินเรือกลางทะเลมองเข้ามาจะเห็นภาพเขาที่ขาดออกจากกัน ในส่วนของชายหาดมีหินลักษณะกลม ซึ่งเกิดจากอิทธิพลของลมที่พัดจากทิศตะวันตกไปทิศตะวันออกในช่วงเดือนมีนาคม – กันยายน (ปัจจุบันไม่มีหินก้อนกลมแล้ว) หากมองในด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมช่องอิศริยาภรณ์ จัดอยู่ในส่วนของอัษฎางคะวัน ซึ่งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์บนเกาะสีชังเป็นอันมาก

อัษฎางคะวัน คือ พื้นที่สวนขนาดใหญ่บนเกาะสีชัง บนเนื้อที่ 800 ไร่ ที่สร้างขึ้นในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 อันเป็นการแสดงความ ปรีชาญาณในรัชกาลที่ 5 ที่มีพระราชดำริให้มีสวนขนาดใหญ่ที่ร่มรื่นสำหรับผู้คนที่ได้มาพักผ่อน โดยพระราชทานนามว่า อัษฎางคะวัน หรือ อัษฎางควัน … อัษฎางคะวันมีสภาพธรรมชาติที่งดงามหลากหลาย ทั้งแหลม เนินเขา โขดหิน ถ้ำ ผา ต้นไม้ ฯลฯ รวมถึงชื่อเรียกสิ่งปลูกสร้างต่างๆ ในสมัยนั้น โดยรัชกาลที่ 5 ทรงพระราชทานชื่อเรียกต่างๆ ตามพระนามและนามบุคคลต่างๆ ที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้าง ซึ่ง “ช่องอิศริยาภรณ์” ถือเป็นส่วนหนึ่งใน “อัษฎางคะวัน” นี้ด้วย

ชื่อช่องอิศริยาภรณ์นั้น ได้รับชื่อตามพระนามของ พระเจ้าลูกยาเธอ พระองค์เจ้าอิศริยาภรณ์ พระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 กับเจ้าจอมมารดา หม่อมราชวงศ์เกสร ประสูติเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2431 สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2435 พระชันษา 5 ปี

ปรากฏหลักฐานในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 8 ถึงการเสด็จพระราชดำเนินเปิดอัษฎางคะวันของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีข้อความที่ปรากฏตอนหนึ่งเกี่ยวกับ ช่องอิศริยาภรณ์ว่า …

“วันที่ 25 กลางวันมีละคร ครั้นเวลาบ่าย 4 โมงเศษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จออกประทับที่ศาลากลาง ….ไปเสด็จขึ้นทางผาอนุวัตร กระบวนข้างในเลยไป ช่องอิศริยาภรณ์ประทับที่พลับพลาศิลาสรรพสาตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระดำเนินต่อไปตามทางสรรพาวุธแลทางพรหมสุรินทร์ ไปตามไหล่เขายอดมหาวชิราวุธ ประทับทอดพระเนตรอัษฎางค์ประภาคารที่แหลมมหาวชิราวุธ แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับขึ้นที่แลราชโกษา ทอดพระเนตรวะนะสฐาน แล้วเสด็จพระราชดำเนินไปช่องอิศริยาภรณ์ ประทับที่พลับพลาศิลาสรรพสารท ทอดพระเนตรน้ำทะเลซัดพลุ่งขึ้นที่เทือกศิลามหาวชิราวุธ ข้างน่าขึ้นบนเนินโสณบัณฑิตย์ มีการเลี้ยงน้ำชา….”

ด้วยเหตุนี้ในบริเวณ “ช่องอิศริยาภรณ์ (ช่องเขาขาด)” จึงเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่มีสิ่งที่น่าเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็น…

แหลมมหาวชิราวุธ : เป็นแหลมที่มีความสวยงามทางธรรมชาติมีลักษณะคล้ายแหลมพรหมเทพ จ.ภูเก็ต เป็นแหลมที่เชิงเขายอดมหาวชิราวุธใกล้ช่องเขาขาดหรือ ช่องอิศริยาภรณ์ ได้รับชื่อตามพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธฯ พระราชโอรสในพระบามสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระราชเทวี

เทือกศิลามหาวชิราวุธ : ด้วยเกาะสีชังมีลักษณะทางธรณีวิทยาเป็นเขาหิน 80% ของเกาะ บริเวณนี้จึงเป็นเทือกหินยาวขนาดใหญ่จากช่องอิศริยาภรณ์ไปจรด แหลมมหาวชิราวุธ ได้รับชื่อตามพระนามของสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้ามหาวชิราวุธ ความสวยงามของเกลียวคลื่นที่ซัดสาดผาหินสูงใหญ่เกิดเป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่สร้างความเพลินตาสบายใจได้เป็นอย่างมาก

ที่แลราชโกษา : ตั้งอยู่ที่ยอดมหาวชิราวุธ เป็นจุดชมทิวทัศน์บริเวณที่สามารถมองเห็นทัศนียภาพความสวยงามของอ่าวไทยได้กว้างไกล โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ รัชกาลที่ 5 ได้ประทับ ณ ที่แลราชโกษา เพื่อทอดพระเนตรพระอาทิตย์ตกน้ำทะเลและคลื่นซักกระทบโขดหิน ที่แลราชโกษา ได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานโดยกรมศิลปากร ได้รับชื่อตามราชทินนามของพระราชโกษา นามเดิม หรุ่น วัชโรทัย เป็นบุตรของพระยาราชโกษา (จัน วัชโรทัย)

สะพานมหาวชิราวุธ : สะพานนี้ถูกสร้างขึ้นมาภายหลัง โดยเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ในปี พ.ศ. 2542 เป็นสะพานคอนกรีตสีขาวที่ทอดยาวไปตามหน้าผาผ่านผืนน้ำใหญ่ทำให้สามารถเดินไปจนสุดถึงปลายแหลมเพื่อยลโฉมดวงตะวันได้ โดยตัวสะพานประดับประดาด้วยไฟรูปหงส์สีทองเป็นทิวแถว

นอกจากนี้ในอดีต “ช่องอิศริยาภรณ์” ยังมีพลับพลาที่เคยใช้เป็นที่สำหรับดูดาวของรัชกาลที่ 5 นั่นย่อมหมายถึงว่า สถานที่แห่งนี้ในยามรุ่งดูวิวทิวทัศน์ พร้อมพระอาทิตย์อัสดงได้อย่างสวยงาม และสามารถชมพระจันทร์ทอแสงนวลในยามราตรีได้อีกด้วย

ด้วยสถานที่อันมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวทางธรรมชาติ พร้อมบรรยากาศอันเงียบสงบ ลมพัดเย็นสบายตลอด ไม่ว่าจะมุมไหนก็งามพร้อมแก่การถ่ายรูปสวยๆ ยิ่งได้จังหวะเหมาะระดับน้ำขึ้นลงกำลังดีจะเห็นเกลียวคลื่นกระทบหินผาเกิดสีรุ้งสวยงามจับใจ อำลาวันดีๆ กับแสงสุดท้ายของวัน เป็นพลังให้พร้อมชาร์ตแบตให้กับร่างกายเพื่อวันใหม่เสมอ จึงอาจกล่าวได้ว่า ช่องอิศริยาภรณ์ คือ View Point จุดแรกของเกาะสีชังที่สำหรับใช้ดูทุกอย่างบนเกาะแห่งนี้

กิจกรรม

1. ศึกษา เรียนรู้ ท่องเที่ยวในเชิงวัฒนธรรมที่ถูกหลอมรวมกับธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน แนบแน่น

2. ถ่ายรูปสร้างความประทับใจในทุกมุมมอง

3. ชมพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

4. ร่วมกิจกรรมตกปลาหลากหลายชนิด สะท้อนวิถีชีวิตของชาวเกาะสีชัง

ข้อควรระวัง

1. อันตรายไม่ควรกระโดดน้ำเล่นจากด้านบนผา
2. ไม่ขีดเขียนสลักข้อความใดไว้ในสถานที่
3. ไม่นำทรัพยากรธรรมชาติต่างๆ ออกไปนอกสถานที่

การเดินทาง

  • เส้นทางที่ 1 จากท่าเรือเทววงษ์ ตรงไปเรื่อยๆจนถึงแยกทิวไผ่ แล้วเลี้ยวขวา ตรงมาเรื่อยๆ ช่องอิศริยาภรณ์หรือช่องเขาขาด จะอยู่ทางด้านซ้ายมือ
  • เส้นทางที่ 2 จากท่าเรือเทววงษ์ ขึ้นไปทางศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตรงไปเรื่อยๆจะมีซอยข้างโรงพยาบาลแล้วขับตรงมาประมาณ 500 เมตร แล้วเลี้ยวขวาช่องอิศริยาภรณ์หรือช่องเขาขาดจะอยู่ทางด้านขวามือ
  • เส้นทางที่ 3 จากท่าเรือเทววงษ์ ขึ้นไปทางศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ ตรงไปเรื่อยๆจะผ่านเก๋งจีนพระภักดี ช่องอิศริยาภรณ์หรือช่องเขาขาดจะอยู่ทางด้านซ้ายมือ


เวลาทำการ: ทุกวัน 08:00 - 18:00 น.

พิกัดสถานที่

ณ ตำบลท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี