รอยพระพุทธบาท

รายละเอียด

รอยพระพุทธบาทเกาะสีชัง เป็นปูชนียสถานที่สำคัญยิ่งแห่งหนึ่งของประเทศไทย ความศักดิ์สิทธิ์บนยอดเขาสูง ใต้ร่มเงาพุทธศาสนา ณ ไหล่คยาศิระ มณฑปสีขาวบริสุทธิ์ สัญลักษณ์แห่งศรัทธาที่สมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงทรงสร้างไว้ให้กับเกาะอันเป็นที่รัก ปัจจุบันเด่นตระหง่านเป็นมงคลแก่ผู้พบเห็น หลักชัยสมัยพุทธกาลเกิดขึ้นบนเกาะสีชัง ในปี พ.ศ. 2435 โดยพระเจ้าน้องยาเธอ กรมหมื่นดำรงราชานุภาพ ทรงได้ศิลารอยพระพุทธบาทโบราณมาจากพุทธคยา พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงโปรดให้เชิญรอยพระพุทธบาทนั้น ขึ้นประดิษฐาน ณ ไหล่เขายอดพระจุลจอมเกล้า เพื่อเป็นศูนย์กลางการสรรเสริญพุทธศาสนาเกาะสีชัง ในครั้งนั้นโปรดเกล้าฯ ให้จัดเป็นงานพิธีหลวง ทรงเป็นองค์ประธานในการประกอบพิธีสงฆ์และโปรดฯ ให้สมโภชรอยพระพุทธบาท ในวันที่ 28 – 30 เมษายน พ.ศ. 2435 พร้อมกับพระราชทานชื่อไหล่เขาที่มาประดิษฐานรอยพระพุทธบาทว่า “ไหล่คยาศิระแห่งยอดเขาพระจุลจอมเกล้า”

โดยสามารถอ้างอิงจาก หนังสือนิทานโบราณคดี ที่มีความตอนหนึ่งกล่าวถึง การได้ศิลารอยพระพุทธบาทเกาะสีชัง ของกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ดังนี้

“ฉันพบศิลาจำหลักเป็นรอยพระพุทธบาทเบื้องขวา ขนาดยาวสักศอกเศษ อยู่ที่วัดพุทธคยาแผ่นหนึ่ง สังเกตดูเป็นของเก่ามาก น่าจะสร้างมาแต่ในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช หรือแม้ภายหลังก็ไม่ช้านัก ด้วยมีหลักฐานปรากฎอยู่เป็นสำคัญว่า เมื่อก่อน พ.ศ. 500 ที่ในอินเดีย ห้ามมิให้ทำพระพุทธรูป เจดีย์สถานต่างๆ ที่ทำลวดลายจำหลักศิลาเป็นเรื่องพระพุทธประวัติ ตรงไหนที่จะต้องทำพระพุทธรูป ย่อมทำเป็นรูปของสิ่งอื่นแทน พระรูปตอนก่อนตรัสรู้มักทำเป็นรอยพระบาท ตรงเมื่อตรัสรู้มักทำเป็นรูปพุทธบัลลังก์กับต้นโพธิ์ ตรงเมื่อทรงประกาศ ศาสนาทำเป็นรูปจักรกับกวาง ตรงเมื่อเสด็จพระนิพพานทำเป็นรูปพระสถูป จนล่วงพระพุทธกาลกว่า 500 ปีแล้ว พวกโยนก (ฝรั่งชาติกรีกที่มาเข้ารีตถือพระพุทธศาสนา) ชาวคันธารราฐทางปลายแดนอินเดียวด้านตะวันตกเฉียงเหนือ คิดทำพระพุทธรูปขึ้น แล้วชาวอินเดียชนชาติอื่นเอาอย่างไปทำบ้าง จึงเป็นเหตุให้เกิดมีพระพุทธรูปสืบมา รอยพระพุทธบาทนั้นคงเป็นของสร้างขึ้นบูชาแทนพระพุทธเจ้า แต่ในสมัยเมื่อยังไม่มีพระพุทธรูป ฉันออกปากขอมหาพราหมณ์มหันต์ ก็ให้โดยเต็มใจ จึงมาถวายสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงอีกสิ่งหนึ่งรอยพระพุทธบาทนั้นโปรดเกล้าฯ ให้ประดิษฐานไว้ในมณฑปบนยอดเขาพระจุลจอมเกล้าที่เกาะสีชัง จากนั้นพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 จึงโปรดเกล้าฯ ให้อัญเชิญรอยพระพุทธบาทขึ้นไปประดิษฐาน ณ ไหล่เขายอดพระจุลจอมเกล้าไว้เป็นที่สักการบูชาแก่บรรดาผู้ที่เป็นผู้นับถือพุทธศาสนา”

รายละเอียดสถานที่

ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเกาะสีชัง มีลักษณะเป็นป่ารกเรื้อทั้งสองข้างทาง เมื่อขึ้นสูงไปเรื่อยๆ ภาพขวามือเป็นวิวชุมชน สะพานปลา ท่าเรือ และประภาคาร ฯลฯ เด่นชัดขึ้นเต็มตาด้วยท้องน้ำผืนใหญ่ระยิบระยับสะท้อนภาพวิถีชีวิตเกาะสีชังได้เป็นอย่างดี หันด้านซ้ายเจอไม้ยืนต้นไม้พุ่มรกเรื้อสีเขียวขจี สลับทิวต้นหญ้าท้าท้ายให้มือไปสัมผัส ก่อนถึงลานจอดมอเตอร์ไซค์มีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว คือถ้ำจุลจอมเกล้า ชั่วครู่จึงถึงจุดจอดรถมีร้านขายธูปเทียนมาลัยขนาดย่อมให้บริการ หากมองทางขึ้นไปรอยพระพุทธบาท จะมีทางวิถีที่นำขึ้นมาอยู่ด้านขวามือเป็นทางปูนเก่าเข้มขลัง เส้นทางนี้สามารถเดินมาจากศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ แต่ครั้งอดีตเมื่อขึ้นไปบนมณฑปอาณาเขตสีขาว ราวจับที่เด่นชัดรายรอบรอยพระพุทธบาท สร้างอยู่เหนือก้อนหินขนาดใหญ่ใช้แทนอิฐก่อสูงฉาบด้วยปูนแกร่ง ท้าท้ายสายลมและแสงแดดยามเช้าเพิ่มความงามสะอาดตา ด้านบนแบ่งออกเป็น 3 สถานที่ภายในบริเวณเดียวกัน เชื่อมกันด้วยพื้นแผ่นปูนแข็งแรงปูด้วยกระเบื้องสีน้ำตาลเข้ม แบ่งทั้ง 3 แห่งด้วยหลังคาแยกจากกันอย่างชัดเจน ในส่วนมณฑปสีขาวสูงสุดเป็นที่สถิตย์รอยพระพุทธบาทจำลอง แท่นศิลาพร้อมกระถางธูปสำหรับการสักการะ พร้อมแผ่นพระคาถาบูชา ส่วนหลังคาศาลาสีขาวยาวสุดด้านซ้ายมือ ภายในมีองค์พระพุทธรูปประธานเพื่อการกราบไหว้บูชาทำพิธีทางศาสนา อีกหนึ่งสถานที่คือ มณฑปด้านขวาเป็นหอระฆัง เมื่อมีการตีส่งสัญญาณระฆังออกไป รอยพระพุทธบาทแห่งนี้จึงสมบูรณ์ถึงพร้อมยืนยันสถานที่แห่งนี้เป็นพุทธภูมิ ที่ยังมีการแสวงบุญผู้เคารพศรัทธาได้ขึ้นมากราบไหว้

ว่ากันว่า เมื่อเดินขึ้นถึงมณฑปด้านบนรอยพระพุทธบาททุกคนล้วนตะลึงภาพเบื้องหน้าคล้ายมนต์สะกด หากบอกว่าภาพระหว่างทางขึ้นมานั้นสวยแล้ว เชื่อเถอะว่าภาพวิวบนรอยพระพุทธบาทนั้นสวยกว่า สมองของเราจะบันทึกความงดงามนั้นอัตโนมัติ ทุกครั้งที่หลับตาและนึกถึงเกาะสีชัง ภาพนี้จะปรากฎขึ้นเป็นภาพประทับใจนิ่งสงบอยู่ในใจ…


ทางเดินขึ้นมณฑปรอยพระพุทธบาท

สำหรับทางเดินขึ้นมณฑปรอยพระพุทธบาท หากมองเป็นในแง่มุมของการเดินเท้าขึ้นไปยังยอดเขาพระจุลจอมเกล้า คงกล่าวได้ว่ามณฑปสีขาวแห่งนี้คล้ายดังสถานที่หย่อนใจให้หายเหนื่อย ระหว่างเส้นทางขึ้นสู่ปลายยอดเขา ซึ่งสามารถขึ้นได้ 3 ทาง ดังนี้

1. เส้นทางนี้นักท่องเที่ยวนิยมเดินขึ้น หลังจากที่เดินทางไปนมัสการเจ้าพ่อเขาใหญ่ เนื่องจากเป็นเส้นทางเดินเชื่อมผ่านก่อนขึ้นสู่ศาลพระสังกัจจายน์ สังเกตสิงห์คู่ด้านหน้าทางขึ้นก่อนเข้าสู่ชายคาของศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ โดยมีความเชื่อว่าเมื่อได้เข้ากราบไหว้ขอพรเชื่อว่าให้ลาภผลพูนทวีแก่ผู้เดินทาง ต่อมาคือ ถ้ำหลวงปู่ฤาษี เมื่อได้เข้ากราบไหว้ขอพรทำบุญเชื่อว่าให้ผลเรื่องสุขภาพร่างกายเป็นยิ่งนัก ต่อไปคือ องค์พระพุทธรัตนะปกป้องไทย เป็นจุดสุดท้ายก่อนถึง รอยพระพุทธบาท โดยตลอดระหว่างทางขึ้นจะเป็นซุ้มต้นไม้ลีลาวดีสลับไม้พื้นถิ่น ทำให้ในฤดูที่ ลีลาวดีออกดอกงามสะพรั่ง ทางปูนซีเมนต์ขนาดพอดีจึงเป็นที่รับการล่วงหล่นของดอกไม้งามประจำเกาะสีชัง เส้นทางบันไดทั้งหมด 336 ขั้นนี้ สูงประมาณ 268 เมตร เปี่ยมด้วยกุศลอันแรงกล้าและอิ่มบุญสดชื่น เมื่อถึงปลายทางโบราณสถานอันศักดิ์สิทธิ์
2. เส้นทางประวัติศาสตร์พระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ในการเสด็จพระราชดำเนินขึ้นเป็นองค์ประธานใน การประกอบพิธีสงฆ์ และ โปรดให้จัดงานสมโภชในครั้งนั้น โดยทางเดินขึ้นเส้นทางนี้อยู่เลยซุ้มศาลเจ้าพ่อเขาใหญ่ด้านขวามือ มีลักษณะเป็นปูนดิบกว้างพอสวนกันได้ ด้านล่างทางขึ้นมีหัวเสาให้เห็นร่องรอยอนุสรณ์ทาง เสด็จพระราชดำเนิน ครั้งอดีต จำนวนขั้นบันไดทั้งหมดมี 500 ขั้น สูงประมาณ 370 เมตร ระหว่างทางสามารถ ชื่นชมความงามธรรมชาติของเกาะสีชังและหวนรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของล้นเกล้ารัชกาลที่ 5 ในครั้งนั้น
3. เส้นทางรถจักรยานยนต์ เส้นทางนี้สามารถขับจักรยานยนต์ หรือ รถสกายแลปรับจ้างขึ้นไปได้ เพราะเป็นซีเมนต์ลาดเรียบตลอดทั้งสาย สองข้างทางต้นไม้พันธุ์ถิ่นขึ้นเต็ม กว้างขวางด้วยตัวถนนสามารถสวนกันไปมาได้อย่างสบาย ด้านขวามือเป็นวิวมุมกว้างยิ่งขึ้นสูงยิ่งสวย มีไหล่ทางให้หลบกันเป็นระยะ สะดวกทั้งรถสะดวกทั้งนักท่องเที่ยวในกรณีเดินขึ้นทางนี้ ใกล้ถึงปลายทางซ้ายมือมีอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยว ถ้ำพระจุลจอมเกล้า ตรงไปอีกไม่ไกลก็ถึงลานจอดรถมอเตอร์ไซด์ หรือไหล่คยาศิระ

หากต้องการเดินเท้าขึ้นยอดเขาพระจุลจอมเกล้า สามารถเดินต่อไปยังเส้นทางเดินเท้าสายประวัติศาสตร์แห่งการติดต่อสื่อสารอาณัติสัญณาญการเข้าออกของเรือต่างๆ ภายในเกาะ ในรัชสมัยพระพุทธเจ้าหลวง ด้วย ความสูง 290 เมตร จากรอยพระพุทธบาท ถึงยอดเขาพระจุลจอมเกล้า บันได 365 ขั้น สามารถเรียกเหงื่อจากกายเราได้ไม่ยาก สำหรับรอยพระพุทธบาทนั้นนักท่องเที่ยวนิยมขึ้นไปกราบไหว้ในช่วงรุ่งอรุณเพราะสามารถมองเห็นพระอาทิตย์โผล่พ้นขอบฟ้าสัมผัสแสงแรกแห่งวัน ที่จะอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน จากนั้นจึงบูชารอยพระพุทธบาทเพื่อทำให้จิตใจสะอาดบริสุทธิ์เป็นการเริ่มวันใหม่เป็นมงคลชีวิต บุญกุศลและอานิสงค์ในการกราบไหว้เปรียบได้ดั่งการได้สักการะพระพุทธองค์ชีวิตจะสมบูรณ์พูลสุขเป็นมหามงคลแก่ชีวิต



บริเวณมณฑปรอยพระพุทธบาท มี 3 สิ่ง

1. ไหล่คยาศิระ โดยรอบรอยพระพุทธบาทจำลอง หรือ ไหล่เขาของยอดพระจุลจอมเกล้า รวมถึงทุกสิ่งอย่าง บริเวณนั้นทั้งมณฑปสีขาว มหาธาตุเจดีย์ ทางเดินบาทวิถีและถนนที่ทอดยาวสู่ยอดเขา ร่องรอยประวัติศาสตร์ที่เกิดจากการนำรอยพระพุทธบาทจำลองซึ่งสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอกรมพระยาดำรงราชานุภาพอันเชิญมาจากตำบล พุทธคยา ประเทศอินเดีย ในครั้งนั้นจึงรับพระราชทานชื่อบริเวณรอบรอยพระพุทธบาทจำลองนั้นว่าไหล่คยาศิระ
2. มณฑปรอยพระพุทธบาท แท่นศิลาขนาดใหญ่ สิ่งเคารพสูงสุดของพุทธคุณองค์พระบรมศาสดา สัญลักษณ์แทนพระพุทธองค์ และ ธรรมะ ที่พระพุทธองค์ทรงสั่งสอน สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่เหนือสุดของเกาะสีชัง เป็นที่เคารพของพุทธมามกะ คนในเกาะ และนักท่องเที่ยวที่เดินทางมายังสถานที่แห่งนี้ สงบจิตใจจุดธูปเทียน สวดคาถาบูชารอยพระพุทธบาทไปพร้อมกัน
3. หอระฆัง ทางพุทธปรัชญา หมายถึง การตื่น เข้าถึงสัจธรรม และให้ความรู้สึกแห่งสันติสุข หอระฆังเกาะสีชังภายในมณฑปสีขาวเป็นหอสูงแขวนระฆังขนาดพอดีกับมณฑป เมื่อขึ้นไปยื่นสงบจิตใจ ย่ำระฆัง 3 ครั้ง ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ส่งเสียงกังวานออกไป ผสานกับภาพวิวในยามเช้านับเป็นศิริมงคลแห่งชีวิต ส่งให้มีชื่อเสียงโด่งดังผู้คนนับน่าถือ โดยการออกแบบและก่อสร้าง มณฑปสีขาว โดยกรมศิลปากรให้มีความงดงามจนถึงปัจจุบัน

กิจกรรม

  • ชมพระอาทิตย์ขึ้น เวลาประมาณ 06.00 น.เป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่ขึ้นพร้อมมณฑปรอยพระพุทธบาท ซึ่งเป็นแห่งเดียวในประเทศไทย ถือได้ว่าเป็นแสงแรกของเกาะสีชังบนสิ่งที่เป็นมหามงคล จึงสื่อถึงการเติมพลังจากดวงอาทิตย์เป็นศิริมงคลแก่ชีวิตและเป็นนิมิตรหมายที่ดีที่สุดสูงที่สุดบนเกาะสีชัง
  • การนมัสการมณฑปรอยพระพุทธบาท ดอกบัวหรือพวงมาลัย พร้อมธูป เทียน และแผ่นทอง ราคา 30 บาท (บริเวณร้านค้า)
  • การตีระฆัง ด้านบนรอยพระพุทธบาท ถือว่าเป็นพุทธบูชา ที่พุทธศาสนิกชนนิยมมาแต่ครั้งอดีตกาลจนถึงปัจจุบัน
  • การถวายสังฆทาน สามารถซื้อชุดสังฆทานได้จากร้านค้ารอยพระพุทธบาท ราคาชุดละ 100 บาท มีพระสงฆ์จากวัดวัดจุฑาทิศธรรมสภารามวรวิหาร ขึ้นมาทำพิธีในทุกวันศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.00 น.

ระยะทาง

จากท่าเรือมาถึงมณฑปรอยพระพุทธบาท 1.3 กิโลเมตร

ข้อควรระวัง

1. การเดินขึ้น ไม่ควรวิ่งแข่งหรือส่งเสียงดังขณะเดินขึ้น
2. การขับมอเตอร์ไซด์ขึ้น ในวันหยุดมีมอเตอร์ไซด์ขึ้นหลายคันควรระมัดระวังการเฉี่ยวชน ในขณะขับลงเขาควรลดความเร็วและเพิ่มความระมัดระวัง
3. รอยพระพุทธบาทเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ควรแต่งกายให้สุภาพ ห้ามส่งเสียงดัง ถอดรองเท้าทุกครั้งที่ขึ้นไปมณฑป

บทสวดเพื่อถวายความเคารพ : คาถาบูชารอยพระพุทธบาท

ตั้งนะโม 3 จบ
อิมัง พุทธปาทัง สัจจะ คาระเวนะ วันทานะ นะมามิหัง
ทุติยัมปิ อิมัง พุทธปาทัง สัจจะ คาระเวนะ วันทานะ นะมามิหัง
ตะติยัมปิ อิมัง พุทธปาทัง สัจจะ คาระเวนะ วันทานะ นะมามิหัง
จากนั้นถวายดอกไม้ พร้อมปิดทองรอยพระพุทธบาทเพื่ออานิสงค์อันดีของชีวิตต่อไป


เวลาทำการ: ทุกวัน 06:00 - 16:30 น.
Tel: 098 - 928 - 3641

พิกัดสถานที่

ณ ตำบลท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี