ศิลาจารึก

รายละเอียด

สิ่งที่สะท้อนว่าเกาะสีชัง มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทย นั่นคือ “ศิลาจารึก” ที่บอกเล่าเรื่องราวพระราชจริยาวัตร พระปรีชาสามารถด้านต่างๆ ของกษัตริย์ไทย รวมถึงบอกเล่าเรื่องราวของวิถีชีวิต ขนบธรรมเนียมต่างๆ บนเกาะสีชังแห่งนี้

มีการค้นพบว่า ในการสร้างอัษฎางคะวัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าให้จัดทำ “ศิลาจารึก” เพื่อบอกเล่าเรื่องราวความเป็นไปต่างๆ ทั้งสิ้น 4 แห่ง ตามที่ได้มีการบันทึกไว้ในราชกิจจานุเบกษา ดังนี้

“อนึ่งการสร้างวะนะนี้โปรดเกล้าฯ ให้คัดเลือกก้อนศิลา สำหรับจาฤกพระนามาภิธัย แลนามตำบลที่ แลบอกประกาศเรื่องราวต่างๆ รวม 4 แห่ง คือ ที่ยอดเขาพระจุลจอมเกล้าแห่งหนึ่ง ที่ปากถ้ำพระจุลจอมเกล้าแห่งหนึ่ง ที่เนินดินใกล้ต้นอินทนิลแลนรรัตนาคารแห่งหนึ่ง ที่ตำบลที่แลราชโกษาแห่งหนึ่ง”

ศิลาจารึก ที่ตั้งอยู่ในศาลาริมถนนเสาวภาใกล้โรงเรียนเกาะสีชัง หลังสนามฟุตบอลของโรงเรียน สันนิษฐานว่า เป็นศิลาจารึกที่เนินดินใกล้นรรัตนาคาร ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนโบราณสถานโดยกรมศิลปากร มีขนาดกว้าง 1.05 เมตร สูง 0.80 เมตร หนา 0.38 เมตร มีข้อความดังนี้

“ศุภมัสดุ รัตนโกสินทร์ศก 110 สมัยกาลกำหนดพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์พระจุลจอมเกล้า เสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ เกาะสีชัง เพื่อที่จะรักษาพระโรคสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธ เมื่อวันที่ 30 เดือนเมษายนจนวันที่ 20 เดือนกรกฎาคมจนถึงวันที่ 23 เดือนสิงหาคม ระยะหนึ่ง ส่วนในระยะที่เสด็จพระราชดำเนินออกมาประทับอยู่คราวนี้ ทรงพระราชดำริว่า การซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอทรงพระประชวรครั้งนี้มีพระอาการมาก ถ้าหากมิได้มาประทับรักษาพระองค์ที่เกาะสีชังนี้ ก็น่าจะไม่คลายพระโรคได้ เกาะสีชังเป็นภูมิสถานอันมีอากาศดี ควรจะเปนที่รักษาไข้เจ็บ และเป็นที่ออกมาพักอาไศรยให้มีความศุขแลร่างกายได้ทรงตั้งพระราชหฤทัยไว้ว่า ถ้าสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอมีพระอาการคลายขึ้น ได้ทรงเริ่มการก่อสร้าง คือ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างตะพานขึ้นที่หาดด้านเหนือของแหลม ซึ่งเปนที่จะสร้างพระราชวัง โดยกว้าง 2 วา 8 นิ้ว ยาว 3 เส้น 1 วา 2 ศอก มีเรือนตะพาน 3 หลัง บันไดขึ้น 7 บันได พระราชทานชื่อว่า ตะพานอัษฎางค์ โปรดให้สร้างประภาคารสูง 30 ฟุต ขึ้นไว้ที่ศิลาในน้ำตรงสัมปะยื้อ พระราชทานชื่อว่า อัษฎางค์ประภาคาร การก่อสร้างทั้ง 2 อย่างนี้ใช้เงินพระคลังข้างที่เปนส่วนพระราชทรัพย์สำหรับพระองค์ มิใช่เงินจากราชการแผ่นดิน โปรดให้ปักเสาธงขึ้นไว้บนเขาสูงยอดพระจุลจอมเกล้าสำหรับบอกเรือไปมา พระราชทานชื่อว่า เสาธงอัษฎางค์ ตัดถนนตั้งแต่แหลมวังขึ้นไปถึงหลังโฮเต็ล ยังตัดต่อขึ้นไปจนถึงท่าไร่บนนี้ สายหนึ่ง พระราชทานชื่อว่า ถนนอัษฎางค์ ตัดทางแยกจากถนนอัษฎางค์ตรงไปเขาขาด พระราชทานชื่อว่า ถนนเสาวภา ในที่บริเวณข้างถนนตั้งแต่ประตูอัษฎางค์เข้าไปจนกระทั่งถึงเขาขาดให้ตัดทางปลูกต้นไม้คือแต่งเปนวะนะสถานสำหรับเปนที่สำราญใจ สำราญกายของชนทั้งปวงพระราชทานชื่อ อัษฎางค์คะวัน สร้างศาลศรีชโลธรเทพอันเปนที่นับถือของชนชาวเกาะสีชังที่ไหล่เขาพระองค์ขจร การก่อสร้างทั้งปวงนี้ได้เริ่มขึ้นนับได้ 40 วันถ้วน เปนอันแล้วเสร็จได้ดั่งประสงค์ ครั้งวันที่ 23 เดือนสิงหาคม รัตนโกสินทร์ศก 110 จึงได้มีการมงคล สมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าอัษฎางค์เดชาวุธทรงเปิดประภาคารจำลองอันเปนเครื่องหมายให้จุดไฟที่อัษฎางค์ประภาคาร และชักธงบรมราชธวัชขึ้นที่เสาธงอัษฎางค์เป็นประถม พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่ได้ทรงตรึงตาปูที่ตะพานอัษฎางค์เปนที่หมายว่า การตะพานนั้นเป็นอันแล้วสำเร็จ แล้วสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอและพระเจ้าลูกเธอได้ทรงรำกระบี่กระบอง ง้าง ดาบสองมืออย่างละคู่ แล้วสวดพระพุทธมนต์ รุ่งขึ้นวันที่ 24 เวลาเช้าเลี้ยงพระสงฆ์ เวลาบ่ายเสด็จพระราชดำเนินทรงตัดแพรแถบเปิดถนนอัษฎางค์ แลชักผ้าคลุมชื่อ และไขกุญแจเปิดประตูอัษฎางค์คะวัน พระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรีพระวรราชเทวี อันเปนพระมารดาทรงปลูกต้นอินทนิลในกลางวะนะ เป็นสำคัญในการสร้างวะนะแทนสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ ครั้งที่ 25 ที่ 26 เสด็จพระราชดำเนินประพาส สถานที่ต่างๆ ซึ่งได้สร้างขึ้นอัษฎางค์คะวัน มีละครเบิกโรงวันที่ 23 และเล่นเต็มวันอีกสามวัน ครั้นวันที่ 26 เวลาบ่ายได้พระราชทานสิ่งของเครื่องเรือนและเครื่องทำครัว กับเรื่องทำมาหากินและการต่างๆ รวม 86 ส่วน และราษฎรซึ่งตามเสด็จพระราชดำเนินออกมาทั่วหน้า เป็นการฉลองสิ่งที่ทรงสร้างขึ้นเพื่อเป็นประโยชน์แก่ชนทั้งปวงในเกาะสีชังนี้ จึงโปรดเกล้าให้จารึกไว้ในก้อนศิลานี้เปนที่ระลึกสืบไป”

ใกล้กันกับ “ศิลาจารึก” นี้มีต้นไม้ใหญ่ ซึ่งเป็นต้นเลียบ มีลักษณะสองต้นมาไขว้รวมกันกลายเป็นต้นเดียวกัน เรียกว่า “ต้นเลียบไขว้” โดยต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานนามว่า “ต้นเลียบประวิช” ซึ่งได้ชื่อตามพระนามของหม่อมเจ้าประวิช ในพระเจ้าวรวงษ์เธอ กรมขุนราชสีหวิกรม ปัจจุบันขึ้นอยู่ในพื้นที่บ้านพักอาศัยของเอกชน ต้นเลียบประวิชนี้ นับเป็นความสวยงามทางธรรมชาติที่รังสรรค์ไว้ให้ได้ชมกัน นับว่าเป็นสถานที่น่าศึกษาประวัติศาสตร์ที่ดีแห่งหนึ่งของผู้ที่ต้องการหาหลักฐานชิ้นสำคัญนี้ สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากช่องอิศริยาภรณ์มากนัก

นอกจากนี้บนเกาะสีชัง ยังพบก้อนหินจารึกพระนามาภิธัย ที่ยอดเขาจุลจอมเกล้า โดยมีจารึกว่า “ยอดพระจุลจอมเกล้า รัตนโกสินทร์ศก 110” พร้อมพระปรมาภิไธย จปร และบริเวณใกล้กับรอยพระพุทธบาทจำลอง ซึ่งสันนิษฐานว่าเป็นอันเดียวกับที่ปากถ้ำพระจุลจอมเกล้า มีจารึกไว้ว่า “ไหล่คะยาสีระ แห่งเขายอดพระจุลจอมเกล้า” อีกด้วย

การเดินทาง

  • เส้นทางที่ 1 ระยะทางจากท่าเรือเทววงษ์ 1.1 กิโลเมตร ตรงมาจนถึงแยกทิวไผ่แล้วเลี้ยวขวา ตรงมาเรื่อยๆ จุดหมายจะอยู่ทางขวามือ สถานที่ตั้งอยู่ในเขตบริเวณโรงเรียน
  • เส้นทางที่ 2 ระยะทางจากท่าเรือเทววงษ์ 1.2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาตรงแยก 7 – 11 ตรงมาเรื่อยๆแล้วเลี้ยวซ้ายตรงซอยข้างโรงพยาบาล ตรงมาเรื่อยๆ สถานที่ตั้งอยู่ในเขตบริเวณโรงเรียน

ข้อควรระวัง

สถานที่ตั้งอยู่ในเขตบริเวณโรงเรียน ควรแต่งกายสุภาพและเรียบร้อย

เวลาทำการ: ทุกวัน 08:00 - 18:00 น.
Tel: 038 216 067

พิกัดสถานที่

ณ ตำบลท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี