เรือนวัฒนา

รายละเอียด

เรือนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์ส่วนพระคลังข้างที่จ้างเหมาสร้าง เพื่อใช้เป็นที่พักอาศัยสำหรับผู้ป่วยที่เดินทางมารักษาตัวที่เกาะสีชังเรียกกันว่า อาไศรยสถาน หรือเรือนพักฟื้นสำหรับผู้ป่วย เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษาเมื่อปีพุทธศักราช 2431 พร้อมทั้งพระราชทานนามตามพระนามของ สมเด็จพระนางเจ้าสว่างวัฒนา พระบรมราชเทวีว่า “เรือนวัฒนา” สร้างขึ้นโดยการก่ออิฐถือปูนตามลักษณะสถาปัตยกรรมแบบตะวันตกอันเป็นที่นิยมในสมัยนั้นรูปแบบของอาคารเป็นอย่างอาคารตะวันตก ซึ่งเป็นที่นิยมในสมัยนั้น คือ มีเฉลียงแล่นตลอดความยาวของอาคาร รูปแบบเรียบง่าย ดูมั่นคงแข็งแรง ไม่มีสิ่งตกแต่งเกินจำเป็น

ในระหว่าง ปีพุทธศักราช 2434 – 2436 ขณะพระที่นั่งและพระตำหนักต่างๆ ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง เป็นช่วงเวลาที่เสด็จพระราชดำเนินประทับ ณ เกาะสีชัง ดังนั้นจึงไม่อนุญาตให้บุคคลทั่วไปเข้าพักอาศัยเนื่องจากอยู่ในบริเวณพระราชฐานใช้เป็นที่ประทับส่วนพระองค์และพระราชวงศ์

รายละเอียดสถานที่

เรือนวัฒนา เป็นเรือนสีขาวตัวอาคารทำด้วยปูน เป็นอาคาร 2 ชั้นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดกว้าง 8 เมตร ยาว 11 เมตร โดยประมาณ หลังคาทรงปั้นหยามุงกระเบื้องเกล็ดเต่า อาคารก่ออิฐถือปูน ความหนาของกำแพงประมาณ 0.30 เมตร ทาสีขาว ด้านหน้าซึ่งเป็นทิศใต้หันสู่ทะเลมีเฉลียงยาวตลอดทั้งชั้นบนและชั้นล่าง กว้างประมาณ 2 เมตร มีลูกกรงไม้กันตก บันไดทางขึ้นอยู่กลางอาคารด้านหน้า เป็นบันไดก่ออิฐ ถือปูน ขั้นบันไดทำด้วยหินทราย ด้านทิศใต้มีประตูชั้นล่าง 3 ประตู ชั้นบน 3 ประตู แนวตรงกันด้านทิศเหนือ มีหน้าต่างชั้นล่าง 3 บาน ชั้นบน 3 บาน แนวตรงกัน ด้านสกัดหัวท้ายมีหน้าต่างชั้นบน 2 บาน ชั้นล่าง 2 บานแนวตรงกัน ชั้นล่างเป็นห้องโถงใหญ่ ขนาด 6.00 X 7.00 เมตร 1 ห้อง ห้องบันได 1 ห้อง และห้องเล็กข้างบันได 1 ห้อง ขนาด 3.00 X 3.50 เมตร โดยประมาณชั้นบนแปลนเหมือนชั้นล่าง ส่วนพื้น บันได ประตู หน้าต่าง เพดาน และโครงหลังคาทำด้วยไม้สัก ปัจจุบันใช้เป็นสถานที่จัดแสดงนิทรรศการ เหตุการณ์สำคัญที่เกิดขึ้นบนเกาะสีชัง เช่น


1. การพระราชทานสิ่งของแก่ราษฎร
2. การฉลองสิ่งที่ปลูกสร้างขึ้นที่เกาะสีชัง
3. การก่อพระฤกษ์รากพระที่นั่งมันธาตุรัตนโรจน์
4. การแห่เจ้าขึ้นศาล
5. การเปิดโรงเรียนเสาวภา
6. การไหว้ครูรำอาวุธ
7. การฉลองพระพุทธบาทที่เกาะสีชัง
8. การบำเพ็ญพระราชกุศลวันวิสาขะบุรณมี
9. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชเจ้าฟ้าวชิรุณหิศ สยามมงกุฎราชกุมารเสด็จประพาสเกาะสีชัง
10. การแสดงพิพิธภัณฑ์
11. ราชทูตเยอรมันเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

นอกจากนี้บริเวณชั้นล่างยังมีรูปปั้นหินอ่อนของพุฝอยสุหร่ายของเดิมที่อยู่ในพระราชวัง ที่สั่งมาจากประเทศอิตาลีจัดแสดงด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม

พุฝอยสุหร่าย หรือเครื่องทำน้ำให้กระจายเป็นฝอย พุฝอยสุหร่ายรูปปั้นเด็กจากหินอ่อนที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงสั่งทำจากประเทศอิตาลี เดิมตั้งอยู่ ณ เนินมะขาม ปัจจุบันได้ชำรุดเสียหายจากจากถูกทิ้งร้างมาหลายปี จนมีการบูรณะพระจุฑาธุชราชฐานประมาณ ปี 2535 พุฝอยสุหร่ายได้ถูกซ่อมแซมขึ้นใหม่ และนำไปตั้งแสดง ณ เรือนวัฒนา แล้วจำลองพุฝอยสุหร่ายขึ้นใหม่เพื่อนำไปตั้งไว้ ณ ที่เดิม เรือนปั้นหยา คือเรือนที่หลังคาไม่มีหน้าจั่ว หลังคาสี่ด้านเอนเข้าบรรจบกันคล้ายรูปปิรามิด ต้องมีความลาดเอียงเดียวกันเพื่อให้สมดุล ตัวเรือนจะชั้นเดียวหรือสองชั้นก็ได้

การเดินทาง

เส้นทางจากท่าเรือเทววงษ์มุ่งหน้ามาทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ เลี้ยวซ้ายแยกทิวไผ่ตรงมาตามทาง เรือนวัฒนางอยู่ภายในพระจุฑาธุชราชฐาน ระยะทางจากท่าเรือเทววงษ์ 1.8 กิโลเมตร


เวลาทำการ: อังคาร - อาทิตย์ 09:00 - 17:00 น.

พิกัดสถานที่

ณ ตำบลท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี