เทศบาลตำบลเกาะสีชัง

กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม

มีหน้าที่เกี่ยวกับงานสาธารณสุขชุมชน ส่งเสริมสุขภาพและอนามัย กองป้องกันโรคติดต่อ งานสุขาภิบาลสิ่งแวดล้อมและงานอื่น ๆ เกี่ยวกับการให้บริการด้านสาธารณสุข งานสัตวแพทย์ ในกรณีที่ยังไม่ได้จัดตั้งกองแพทย์ จะมีงานด้านการรักษาพยาบาลในเบื้องต้นเกี่ยวกับศูนย์บริการสาธารณสุขและงานทันตสาธารณสุข

กองสาธารณะสุข

ในทะเลศักยภาพของเกาะสีชังในการเป็นเมืองท่าพาณิชย์ประเภท สินค้าเทกอง

ในทะเลบริเวณอำเภอเกาะสีชัง กับอำเภอศรีราชา มีทำเลที่ตั้ง ที่มีความเหมาะสมตามธรรมชาติ โดยเป็นท่าทอดสมอเรือ ที่เอื้อต่อการจอดเรือบรรทุกสินค้าต่างประเทศ เพราะเป็นร่องน้ำลึก ประมาณ ๓๐ – ๔๐ เมตร และมีความกว้างของร่องน้ำ กว้างประมาณ ๘ กิโลเมตร เรือบรรทุกสินค้าต่างประเทศ ขนาด ๒๐,๐๐๐ – ๒๐๐,๐๐๐ ตัน จะจอดทอดเสมออยู่ในทะเลบริเวณ อำเภอเกาะสีชัง กับ อำเภอศรีราชา วันละประมาณ  ๔๐ – ๕๐ ลำ เพื่อขนถ่ายสินค้าที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ และนำสินค้าทางการเกษตรในประเทศไทยส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยใช้เรือลำเลียงสินค้า (เรือโป๊ะ) ขนส่งสินค้าทั้งนำเข้าและส่งออกประมาณ  ๓,๐๐๐ – ๔,๐๐๐ ลำ ลำเลียงสินค้าเข้าไปตามแม่น้ำสายต่างๆ ได้แก่ แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำบางปะกง และแม่น้ำแม่กลอง

การขนส่งสินค้าตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

การขนส่งสินค้าเรือหรือทางทะเลนั้น ถือได้ว่าเป็นการขนส่งระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับและแพร่หลาย เนื่องจากเป็นการขนสินค้าได้คราวละมากๆ และค่าระวางมีราคาถูกกว่าการขนส่งในรูปแบบอื่น ๆ อีกทั้งการค้าขายสินค้าเกษตรของประเทศไทยได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจึงมีจำนวนเรือขนส่งที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เกาะสีชังเป็นศูนย์กลางในการขนส่งทางน้ำที่มีความสำคัญอย่างยิ่งของประเทศไทย

กองสาธารณะสุข

ในอดีตเมื่อประมาณปีพ.ศ. 2526 ประเทศไทยได้เริ่มทำการส่งออกสินค้าประเภท มันสำปะหลัง ข้าวสาร น้ำตาล ไปยังต่างประเทศ และมีการนำเข้าสินค้า ได้แก่ ปุ๋ย เหล็ก ถ่านหิน เข้ามาในประเทศ โดยการขนถ่ายสินค้ากลางทะเลบริเวณอำเภอเกาะสีชังและอำเภอศรีราชา ซึ่งในการขนส่งสินค้าประเภทดังกล่าว มีการบรรจุใส่กระสอบ (Bag) แล้วใช้เชือกรัดกระสอบและขนถ่ายขึ้นบนเรือสินค้า โดยใช้แรงงานคน ทำให้เกิดฝุ่นละอองเพียงเล็กน้อย ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2534 ได้มีชาวฮอลแลนด์ ได้คิดค้นเครื่องมือ ในการขนถ่ายสินค้าโดยใช้ GRAB งับสินค้าในเรือบรรทุกสินค้า (เรือโป๊ะ) แทนแรงงานคน โดยมีวิธีการคือใช้ GRAB งับสินค้าในเรือบรรทุกสินค้า (เรือโป๊ะ) ใส่สินค้าลง Hopper แล้วขึ้นสายพาน จึงทำให้เกิดฝุ่นละอองฟุ้งกระจาย เกิดมลภาวะตามมาเพราะถูกกระแสลมพัดเนื่องจากไม่มีระบบปิด และเศษสินค้าที่ตกลงทะเลระหว่างขนถ่าย

ปัญหาการฟุ้งกระจายเนื่องจากการขนถ่ายสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

การขนถ่ายสินค้าบริเวณท่าทอดสมอเรือระหว่างอำเภอเกาะสีชัง และอำเภอศรีราชา ได้แก่ ปูนซีเมนต์ ถ่านหิน ปุ๋ย แป้งมันสำปะหลัง และโซดาแอส ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติใต้ท้องทะเลเป็นอย่างมาก เนื่องจากฝุ่นละอองที่เกิดจากการขนถ่ายสินค้าได้ตกลงไปใต้ท้องทะเลสะสมเป็นเวลานานกว่า ๑๐ ปี ส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำทะเลบริเวณชายฝั่งเริ่มเน่าเสียสร้างความเสียหายต่อประชาชนที่ประกอบอาชีพประมงพื้นบ้านและเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำบริเวณชายฝั่งทะเล นอกจากนั้น ฝุ่นละอองขนาดเล็กยังฟุ้งกระจายไปตามกระแสลมพัดไปยังชุมชนบริเวณอำเภอเกาะสีชังและอำเภอศรีราชา บางส่วน ซึ่งมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล ก่อให้เกิดมลภาวะของอากาศบริเวณโดยรอบส่งผลกระทบต่อสุขภาพของระบบทางเดินหายใจของชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในชุมชนโดยรอบ และฝุ่นละอองยังฟุ้งกระจายลอยไปตกในภาชนะกักเก็บน้ำฝนของประชาชนทั้งที่เกาะสีชัง และศรีราชา ทำให้น้ำฝนที่กักเก็บเอาไว้ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ส่งผลให้ขาดแคลนน้ำกิน น้ำใช้ ในชีวิตประจำวัน ซึ่งหากไม่รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวจากการขนถ่ายสินค้า อาจจะกลายเป็นปัญหาที่รุนแรงแก่ชุมชนได้

กองสาธารณะสุข

1. ปัญหาการจัดการขยะมูลฝอย/น้ำเสียและของเสียอันตราย ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศน์ในทะเล

ได้แก่ ขยะที่เกิดจากการอุปโภค – บริโภค เช่น เศษอาหาร ถุงพลาสติก กระดาษ ฯลฯ เศษสินค้าที่เหลือจากการขนถ่ายสินค้าจาก เรือโป๊ะ ที่เป็นสินค้าทางเกษตรกรรม เช่น ข้าวสาร ถั่วเหลือง น้ำตาลทราย ฯลฯ และสินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถ่านหิน ปูนซีเมนต์ ปุ๋ยยูเรีย แป้งมันสำปะหลัง โซดาแอส

กองสาธารณะสุข
กองสาธารณะสุข

อำเภอเกาะสีชังมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ในเขตการปกครอง ๒ แห่ง คือ

     ๑. องค์การบริหารส่วนตำบลท่าเทววงษ์ มีพื้นที่ ๐.๖ ตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่ทั้งหมดอยู่บนเกาะขามใหญ่

     ๒. สุขาภิบาลเกาะสีชัง มีพื้นที่ ๖.๙ ตารางกิโลเมตร โดยพื้นที่ทั้งหมดอยู่บนเกาะสีชัง ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะขามใหญ่ประมาณ ๑.๔ กิโลเมตร สุขาภิบาลเกาะสีชังได้จัดตั้งโดยประกาศกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๔๙๙

     ต่อมาสุขาภิบาลเกาะสีชัง ได้ยกฐานะเป็น   เทศบาลตำบลเกาะสีชัง  เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๔๒ โดยผลของพระราชบัญญัติเปลี่ยนแปลงฐานะสุขาภิบาลเป็นเทศบาล พ.ศ. ๒๕๔๒ และเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๔๗ กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการประกาศยุบองค์การบริการส่วนตำบลท่าเทววงษ์ ไปรวมกับเทศบาลตำบลเกาะสีชัง และกำหนดให้เทศบาลตำบลเกาะสีชังมีเขตตามเขตของเทศบาลตำบลเกาะสีชังกับองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเทววงษ์รวมกัน ทำให้พื้นที่เทศบาลตำบลเกาะสีชังแยกเป็น  สองพื้นที่โดยมีเขตทะเลกั้น

ความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาล

๑. ปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทะเลรอบเกาะสีชังที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็น

   – ปัญหาการกำจัดขยะมูลฝอยในทะเลรอบเกาะสีชัง

  – ปัญหาปะการังและแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำถูกทำลาย

  – ปัญหาการจับสัตว์น้ำที่ไม่ถูกกฎหมาย

  – ปัญหาการจัดระเบียบการจอดเรือ

  – ปัญหาการฟุ้งกระจายเนื่องจากการขนถ่ายสินค้าที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

  – ปัญหาการจัดระเบียบการเลี้ยงสัตว์น้ำ

      ถือว่าเป็นปัญหาที่สำคัญและรุนแรง หากไม่ได้รับการแก้ไขหรือถูกปล่อยไว้จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนเกาะสีชังเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อการพัฒนาของเกาะสีชังทั้งในด้านสังคม  เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และความปลอดภัย

๒. จากการที่กระทรวงมหาดไทยได้ประกาศยุบรวมองค์การบริหารส่วนตำบลท่าเทววงษ์ กับเทศบาลตำบลเกาะสีชังแล้ว  ปรากฏว่าพื้นที่เดิมกับพื้นที่ที่ยุบรวมไม่ติดต่อกันโดยมีน้ำทะเลคั่นอยู่ตรงกลาง เพราะเกาะขามใหญ่อยู่ห่างจากเกาะสีชัง ประมาณ ๑.๔ กิโลเมตร  ทำให้การดำเนินการโครงการหรือกิจกรรมบางอย่างไม่สะดวกรวดเร็วและเกิดความล่าช้า  อย่างไรก็ดีหากการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลใหม่ โดยขยายเขตรวมพื้นที่ในทะเลระหว่างเกาะสีชังกับเกาะบริเวณทั้งหมดแล้ว  จะทำให้พื้นที่ของเทศบาลตำบลเกาะสีชังติดต่อกัน  อันจะทำให้การดำเนินโครงการหรือกิจกรรมสะดวกรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

การเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลใหม่ โดยขยายเขตรวมพื้นที่ในทะเลระหว่างเกาะสีชังกับเกาะบริวารทั้ง ๘ เกาะ มีผลทำให้เทศบาลมีภารกิจและอำนาจหน้าที่ ในการพัฒนาท้องถิ่น ทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม สามารถออกกฎหมายท้องถิ่น หรือเทศบัญญัติมาใช้บังคับให้เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ ซึ่งจะทำให้เทศบาลสามารถแก้ไขปัญหาด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทะเลรอบเกาะสีชังได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผล ตลอดจนทำให้ประชาชนเกาะสีชังมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในที่สุด

ปัญหาอุปสรรคในการแก้ไขปัญหาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ในทะเลรอบเกาะสีชังดังนี้

      ๑.  เทศบาลตำบลเกาะสีชังมีอำนาจหน้าที่เฉพาะในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบเท่านั้น

      ๒.  หน่วยงานราชการที่มีอำนาจหน้าที่ในทะเลโดยตรง ก็ยังไม่ได้เข้ามาดูแลและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

แผนที่การเปลี่ยนแปลงแนวเขตเทศบาลตำบลเกาะสีชัง

อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี

กองสาธารณะสุข

เทศบาลตำบลเกาะสีชัง ได้รับการเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลใหม่ลงไปในทะเลน่านน้ำไทย โดยประกาศกระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลตำบลเกาะสีชัง เมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๑ เปลี่ยนแปลงเขตเทศบาลตำบลเกาะสีชังใหม่ให้ครอบคลุมพื้นที่ทะเล ทำให้เทศบาลตำบลเกาะสีชังมีพื้นที่รับผิดชอบในทะเลเพิ่มขึ้นอีก ๑๗.๖๕ ตารางกิโลเมตร รวมกับพื้นที่บนบกเดิม ๗.๙๖ ตารางกิโลเมตร รวมเป็นพื้นที่ทั้งสิ้น ๒๕.๖๑ ตารางกิโลเมตร

กองสาธารณะสุข

ขยะกินใช้ที่ทิ้งลงสู่ทะเล  ปัญหาความปลอดภัยในการสัญจรทางทะเลและความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการจอดเรือลำเลียงสินค้า (เรือโป๊ะ) และเรือลากจูงซึ่งมีเป็นจำนวนมาก

สิ่งตกค้างจากการขนถ่ายสินค้า และทุ่นขนถ่ายสินค้าที่เหลือใช้ ที่ไม่สามารถจัดเก็บได้  จะล้างทำความสะอาดท้องเรือ และปั๊มน้ำทิ้งลงในทะเล รวมถึงน้ำมันที่ไม่ได้ใช้ก็ถูกลักลอบปล่อยทิ้งลงสู่ทะเล

สิ่งต่างๆเหล่านี้ จึงนำไปสู่การออกเทศบัญญัติ ทั้ง ๓  ฉบับ นั่นคือ

ฉบับที่  ๑  เทศบัญญัติเทศบาลตำบลเกาะสีชัง เรื่อง การจัดการสิ่งปฏิกูล มูลฝอย พ.ศ. ๒๕๕๗  ซึ่งประกาศบังคับใช้เป็นฉบับแรก

ฉบับที่  ๒  เทศบัญญัติเทศบาลตำบลเกาะสีชัง เรื่อง การจัดระเบียบการจอดเรือในทะเล   เขตเทศบาลตำบลเกาะสีชัง  ซึ่งจะประกาศใช้เป็นฉบับที่สอง

ฉบับที่  ๓  เทศบัญญัติเทศบาลตำบลเกาะสีชัง เรื่อง การกำจัดน้ำเสีย และสิ่งปฏิกูล ในทะเล  เขตเทศบาลตำบลเกาะสีชัง  ซึ่งจะประกาศใช้เป็นฉบับที่สาม

กองสาธารณะสุข

เทศบาลตำบลเกาะสีชัง ได้ประกาศใช้เทศบัญญัติ เรื่อง การจัดการ สิ่งปฏิกูล มูลฝอย พ.ศ. ๒๕๕๗ โดยความเห็นชอบจากสภาเทศบาลตำบลเกาะสีชัง และได้รับการอนุมัติจากผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี โดยมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่วันที่ ๒๗ เดือน ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๕๗

ซึ่งเทศบัญญัติฉบับดังกล่าว มีรายละเอียดที่มีประโยชน์ ในการจัดการ การควบคุม และกำกับดูแล รับทำ เก็บ ขน หรือกำจัด สิ่งปฏิกูล มูลฝอย ทั้งในส่วนพื้นที่บนบกและในทะเล ให้มีการจัดการที่มีประสิทธิภาพและถูกหลักสุขาภิบาล ซึ่งการดำเนินการเก็บ ขน เพื่อนำขยะ และสิ่งปฏิกูล มูลฝอย ในทะเลไปกำจัด โดยได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๕๘ เป็นต้นมา

ผลการศึกษาภาคสนาม
โครงการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและภาวะมลพิษ กรณีการขนส่งสินค้าบริเวณเกาะสีชังเพื่อประเมินศักยภาพและผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการเป็นเขตขนส่งสินค้าระดับภูมิภาค เพื่อรองรับการขยายตัวของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

ได้รับการสนับสนุนจาก กรมควบคุมมลพิษ

ศูนย์ฝึกอบรมและสัมมนาฯ สถาบันวิจัยทรัพยากรทางน้ำ

จังหวัดชลบุรี

วัตถุประสงค์โครงการฯ

เพื่อศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและภาวะมลพิษกรณีการขนส่งสินค้าระหว่างเรือบริเวณอ่าวศรีราชา – เกาะสีชัง รวมถึงการสะสมของตะกอนที่อาจมีผลต่อระบบนิเวศทางทะเล และผลกระทบทางอากาศต่อชุมชนทั้งบริเวณอ่าวศรีราชา และเกาะสีชัง พร้อมเสนอแนวทาง มาตรการ การพัฒนากฎหมายในการป้องกันและแก้ไขปัญหา รวมถึงการรองรับการพัฒนาเป็นท่าเรือหรือเขตขนส่งสินค้าในระดับภูมิภาค ซึ่งจะเป็นทางเลือกเป็นพื้นที่ขนส่งสินค้าเพื่อลดต้นทุนของการขนส่งสินค้าให้กับผู้ประกอบการในระดับภูมิภาคต่อไป และป้องกันปัญหาความขัดแย้งของประชาชนที่ได้รับผลกระทบที่อาจกระทบกับภาคอุตสาหกรรมของประเทศ

กองสาธารณะสุข
กองสาธารณะสุข
กองสาธารณะสุข

คุณภาพน้ำทะเล และตะกอนดินปัจจุบัน เกาะสีชัง-ศรีราชา

บริเวณที่มีการขนถ่ายสินค้าประเภทเทกองมากที่สุดคือด้านทิศเหนือ และด้านทิศตะวันออก ของเกาะสีชัง ในขณะที่ทางทิศใต้ระหว่างเขาบ่อยาอำเภอศรีราชา ถึง ทิศใต้เกาะท้ายค้างคาว จะมีการขนถ่ายน้ำมันอย่างหนาแน่น

กรมควบคุมมลพิษประเมินสถานการณ์คุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งทั้งประเทศด้วยดัชนีคุณภาพน้ำทะเล พบอยู่ในเกณฑ์ดีร้อยละ ๑๕ พอใช้ร้อยละ ๗๘ เสื่อมโทรมร้อยละ ๖ และเสื่อมโทรมมากร้อยละ ๑ ไม่พบคุณภาพน้ำที่อยู่ในเกณฑ์ดีมาก  คุณภาพน้ำทะเลบริเวณเกาะสีชัง (หน้าสถานีวิจัยฯ และท่าภาณุรังสีอยู่ในเกณฑ์ดี สถานีเกาะสีชัง (ท่าเทววงษ์) ศรีราชา (เกาะลอย) และอ่าวอุดม (สะพานปลา) เปลี่ยนจากเกณฑ์ดี เป็นเกณฑ์พอใช้ และในอนาคตก็จะยิ่งต่ำลงเรื่อยๆ

การทดลองผลของฝุ่นมันสำปะหลังต่อคุณภาพน้ำทะเล

นำฝุ่นมันสำปะหลังร่อนผ่านตะแกรงขนาดตา1มม.  ชั่งที่น้ำหนักต่างๆกัน ตั้งแต่ น้อยไปมาก ได้แก่ 0.01 0.1 และ 1 กรัม/น้ำทะเล  1 ลิตร ติดตามคุณภาพน้ำทะเลที่สำคัญได้แก่ แอมโมเนีย ไนเตรท ฟอสเฟต รวมถึงการเปลี่ยนแปลงชนิดและความหนาแน่นแพลงก์ตอนพืช ในถังทดลองอยู่ในระหว่างการดำเนินการ โดยพบว่าฝุ่นมันสำปะหลังละลายน้ำน้อยมาก ประมาณ 10% แต่มีผลทำให้ปริมาณออกซิเจนในถังทดลองลดลงต่ำกว่า 3 มิลลิกรัม/ลิตร  และแอมโมเนียเพิ่มขึ้นกว่าปกติ 3 เท่า

กองสาธารณะสุข
กองสาธารณะสุข

สรุปคุณภาพน้ำทะเลและตะกอนดิน บริเวณเกาะสีชัง-ศรีราชา
เดือน มกราคม-กรกฎาคม 2557

1.ปริมาณปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน บางบริเวณสูงเกินค่ามาตรฐาน 5 ไมโครกรัม/ลิตร เทียบกับ สารมาตรฐาน เคซีน ได้แก่ บริเวณอ่าวอุดมและหน้าแหลมฉบัง  บริเวณที่ควรมีการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดคือทิศตะวันออกของเกาะสีชังและอ่าวศรีราชา ซึ่งหากเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจหรือสัมผัสถูกเยื่อบุของร่างกาย ในปริมาณที่มากพออาจก่อให้เกิดอันตราย เช่น ทำให้มีอาการวิงเวียนศีรษะ หัวใจเต้นแรง เป็นอันตรายต่อระบบทางเดินหายใจ เกิดอาการมึนเมา เยื่อบุนัยน์ตาอักเสบ

2.ปริมาณบีโอดี สูง บริเวณหน้าอ่าวศรีราชา อ่าวอุดม และเกาะสีชังทิศใต้

3.ปริมาณอินทรีย์สารและปริมาณซัลไฟด์ในตะกอนดินสูงบริเวณเกาะสีชังทิศเหนือระหว่างเกาะสีชัง-ศรีราชา ถึงหน้าอ่าวศรีราชา

4.ฝุ่นมันสำปะหลังที่ตกลงในทะเลมีผลทำให้คุณภาพน้ำทะเลโดยเฉพาะแอมโมเนียเพิ่มขึ้นโดยฝุ่นมันสำปะหลังที่ตกลงน้ำทะเลละลายระหว่าง 53-85%

การออกสำรวจข้อมูลสิ่งแวดล้อมที่เป็นมลพิษกลางทะเล

ออกทั้งสิ้น 4 ครั้งๆที่ 1-3 เป็นการสำรวจปริมาณส่วนครั้งที่ 4 เป็นการสำรวจข้อมูลเชิงลึกโดยใช้แบบสอบถาม

กองสาธารณะสุข
กองสาธารณะสุข

จากการสำรวจเรือโป๊ะครั้งที่ 4 จำนวน 214 ลำ พบว่ามีผู้ที่อยู่อาศัยบนเรือ เฉลี่ยลำละ 2 คน/ลำ น้อยสุด 1 คน/ลำ มากสุด 5 คน/ลำ พบว่าส่วนใหญ่จะอยู่เป็นคู่สามีและภรรยา ในช่วงปิดเทรอมจะรับลูกมาอยู่บนเรือด้วยพบว่าผู้ที่อาศัยอยู่บนเรือโป๊ะมีอายุเฉลี่ย 36 ปี 7 เดือน อายุสูงสุดคือ 70 ปี อายุต่ำสุดคือทารก 3 เดือน

วิธีการจัดการขยะของเรือโป๊ะ

กองสาธารณะสุข

วิธีการจัดการขยะส่วนใหญ่ทิ้งลงทะเล จำนวน 204 ลำ คิดเป็นร้อยละ 95.3 รองลงมาคือ ใช้วิธีเผา จำนวน 6 ลำ คิดเป็นร้อยละ 2.8 เก็บไว้ขาย จำนวน 3 ลำ คิดเป็นร้อยละ 1.4 และส่วนน้อยเก็บไว้ไปทิ้งบนฝั่ง จำนวน 1 ลำ คิดเป็นร้อยละ 0.4 ตามลำดับ

ปัจจุบันเกาะสีชังกำลังประสบปัญหาด้านทรัพยากรทางธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะในทะเลรอบเกาะสีชัง ได้แก่

ปัญหาการกำจัดขยะมูลฝอยและสิ่งปฏิกูลในทะเลรอบเกาะสีชัง ซึ่งข้อมูลจากการสำรวจของเรือโป๊ะและทุ่นขนถ่ายสินค้า พบว่าจำแนกขยะได้เป็น ๓ ชนิด ดังนี้

๑. ขยะที่เกิดจากการอุปโภค – บริโภค ซึ่งเกิดจากการกิน ใช้ ในชีวิตประจำวัน เช่น  เศษอาหาร ถุงพลาสติก กระดาษ ฯลฯ

เทศบาลตำบลเกาะสีชังได้กำหนดแนวทางการบริหารจัดการขยะไว้ดังนี้

ขยะประเภทที่ 1 ขยะที่เกิดจากการอุปโภค บริโภค

ซึ่งเกิดจากการกิน และใช้ในชีวิตประจำวัน  เช่น ถุงพลาสติก กระดาษ กล่องโฟม ฯลฯ เทศบาลตำบลเกาะสีชัง จะดำเนินการแจกถุงขยะให้กับเรือโป๊ะ และทุ่น โดยขอความร่วมมือคัดแยกขยะสำหรับ ถุงใส่ขยะเปียก และถุงใส่ขยะแห้งหรือขยะทั่วไป โดยเทศบาลแจกให้ลำละ 2 ถุง ทุกวัน เทศบาลฯ จะจัดเรือเพื่อเก็บรวบรวมขยะจากเรือโป๊ะ ทุ่นขนถ่ายสินค้า และเครนน้ำ โดยจัดเก็บขยะวันละรอบ  และรวบรวมขยะที่เก็บขนได้นำขึ้นไปกำจัด

ขยะประเภทที่ 2 ขยะที่ตกค้างจากการขนถ่ายสินค้าที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในทะเล

 

กองสาธารณะสุข

เทศบาลตำบลเกาะสีชังได้ประชุมหารือ
กับสมาคมประชุมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำถึงแนวทางการแก้ไข

โดยดำเนินการประชุม จำนวน 7 ครั้ง

  ครั้งที่ 1 วันที่  10  มกราคม  2556   ประชุมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำภายในประเทศ ณ  สมาคมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำ  จังหวัดสมุทรสาคร

  ครั้งที่ 2 วันที่  11 มีนาคม  2556  ประชุมสมาคมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำ  ณ  ห้องประชุม  ชั้น  3  อาคารเฉลิมพระเกียรติ  72  พรรษา

  ครั้งที่ 3 วันที่  27  กุมภาพันธ์  2557  ประชุมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำ  ประจำปี  2557  ณ  โรงแรมแม่น้ำ  ถนนเจริญกรุง  กรุงเทพฯ

  ครั้งที่ 4 วันที่  16 มกราคม  2557 ประชุมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำ ณ  สมาคมผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำ  จังหวัดสมุทรสาคร

  ครั้งที่ 5 วันที่  30  เมษายน  2557  ประชุมหารือเพื่อหาแนวทางในการคุ้มครองดูแล  บำรุงรักษาทรัพยากรธรรมชาติ  และสิ่งแวดล้อมในทะเล  ระหว่างอำเภอเกาะสีชังและอำเภอศรีราชา  ณ  ห้องประชุมสำนักงานท้องถิ่น  จังหวัดชลบุรี

  ครั้งที่ 6 วันที่  13  มิถุนายน  2557  ประชุมผู้ประกอบการทุ่นขนถ่ายสินค้า  และเรือเครนน้ำ  ณ  ห้องประชุมพระรักษาเทพ  ชั้น 2  ศาลากลางจังหวัดชลบุรี

  ครั้งที่ 7 วันที่  8  กรกฎาคม  2557  ประชุมผู้ประกอบการเรือขนถ่ายสินค้าและเรือเครนน้ำ  ณ  ห้องประชุมบริษัท  พรปิยฌาน  กรุ๊ป  จำกัด

ภาพการประชุมหารือผู้ประกอบการขนส่งสินค้าทางน้ำ

 

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลเกาะสีชัง 

2. เรื่อง การจัดระเบียบการจอดเรือ พ.ศ. ……

สภาพปัญหาการจอดเรือโป๊ะในพื้นที่เกาะสีชัง

บริเวณรอบเกาะสีชัง  มีเรือชนิดต่างๆ เช่น เรือบรรทุกสินค้าต่างประเทศ  เรือโป๊บรรทุกสินค้า เรือยนต์รากจูง เรือประมงและเรือโดยสาร  เป็นจำนวนมาก  เฉลี่ยวันละ 400-500 ลำ ในการจอดเรือดังกล่าวได้มีการจอดในบริเวณที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นระเบียบเรียบร้อย รวมทั้งกีดขวางการจราจรทางเรือ และอาจเกิดอุบัติเหตุเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน

สิทธิประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องชาวเรือโป๊ะ และทุ่นขนถ่ายสินค้า

รวมถึงบริษัทที่เป็นต้นสังกัด(เจ้าของเรือหรือทุ่น)

๑. ด้านความมั่นคงภายในและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ประโยชน์ด้านความมั่นคงภายใน

  1. ลดปัญหาการขนยาเสพติดที่ลักลอบขนมากับเรือโป๊ะหรือเรือยนต์ลากจูงที่จับได้ในขณะนี้
  2. เพื่อตรวจสอบบุคคลที่กระทำความผิดแล้วหลบหนีคดีมาอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องในเรือและพร้อมที่จะกระทำความผิดได้ในพื้นที่เมื่อสบโอกาส
  3. เพื่อตรวจสอบแรงงานที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมายและอาจจะก่อการร้ายต่อชาติบ้านเมืองได้

เป็นการคัดกรองป้องกันไม่ให้คนไม่ดีอยู่ในพื้นที่ และให้คนดีอยู่ได้

ประโยชน์ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

  1. เพื่อลดและป้องกันการสมรู้ร่วมคิดในการลักขโมยสินค้าของสะหรั่งเรือกับพวกแมวน้ำ
  2. ผู้ควบคุมเรือโป๊ะและพนักงานเรือโป๊ะ ผู้ควบคุมทุ่นขนถ่ายสินค้าและพนักงาน จะไม่มีโอกาสเล่นการพนัน  ดื่มสุราหรือเสพยาบ้า    จนเกิดการทะเลาะวิวาท  เพราะเทศบาลฯจะจัดเจ้าหน้าที่ของศูนย์อำนวยการประกอบด้วยเจ้าหน้าที่จากอำเภอเกาะสีชัง ตำรวจน้ำ ตำรวจภูธร ด่านตรวจคนเข้าเมืองและเทศบาลนำเรือตรวจการณ์ออกตรวจตรา เพื่อป้องกันและเฝ้าระวัง ทุกทุ่นตลอดเวลา
  3. ทุ่นผูกเรือจะเพิ่มความปลอดภัยและป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ เรือท่องเที่ยว เรือโดยสาร เฉี่ยวชน สายสมอเรือโป๊ะ เรือพลิกคว่ำเป็นอันตรายต่อชีวิตและร่างกาย
  4. ทุ่นผูกเรือจะป้องกันการเกิดสมอกราว ทำให้เรือโป๊ะเกยหินหรือกระแทกสิ่งปลูกสร้างบริเวณหน้าเกาะทะลุแตกเสียหายในช่องมรสุมคลื่นใหญ่ลมแรง

ตั้งแต่เดือน สิงหาคม พ.ศ. 2558 เป็นต้นมาในช่วงมีลมมรสุม ได้เกิดอุบัติภัยทางทะเลขึ้นกับเรือขนส่งสินค้าภายในประเทศ (เรือโป๊ะ)  6-7 ครั้ง สร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของผู้ประกอบการขนส่งทางน้ำ เป็นจำนวนมาก และยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และทรัพยากรธรรมชาติในทะเลของชาติ ตลอดจนระบบนิเวศน์ใต้ทะเล และทำลายสิ่งปลูกสร้างต่างๆ บริเวณด้านหน้าเกาะสีชัง

เรือที่เกิดเหตุเป็นเรือโป๊ะบรรทุกปูนเม็ด เรืออยู่ในสังกัดบริษัท SP อินเตอร์มารีน จำกัด เรือชื่อที่จม “SP45” และเรือที่เกยหินอยู่ 3 ลำ  ชื่อเรือ   จากัวร์ 14 , จากัวร์ 24 , SP69

เรือเร็วและเจ้าหน้าที่ของเทศบาลตำบลเกาะสีชังเฝ้าระวัง มิให้มีการลักลอบเก็บกู้เรืออย่างผิดวิธี ตลอด 24 ชม.

สรุปผลการวิจัยคุณภาพน้ำทะเลบริเวณเรือปูนล่ม หินกองตาสิน หน้าแหลมงู ทิศตะวันออก เกาะสีชัง

ศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก  จังหวัดระยอง

1. จากการตรวจสอบพบว่าคุณภาพน้ำเบื้องต้น  และคุณภาพน้ำประเภทสารอาหาร  สถานีตาสิน 1  ตาสิน 2  เกาะยายท้าว  และตัวอย่างน้ำที่ขังอยู่ในเรือ  ส่วนใหญ่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่  2  เพื่อการอนุรักษ์แหล่งปะการัง  ยกเว้นน้ำที่ขังอยู่ในเรือจากัวส์  14  มีค่าความเป็นกรด-ด่าง  เกินเกณฑ์มาตรฐานฯ  และ จากการตรวจสอบน้ำในเรือจากัวส์ 14  ไม่พบว่าแพลงก์ตอนพืชเป็นสาเหตุให้น้ำในเรือเป็นสีเขียว

สถานีสถานีวิจัยวิทยาศาสตร์ทางทะเล เกาะสีชัง  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณภาพน้ำทะเลในระวางเรือจากัวร์14 ค่า pH เท่ากับ 8.89  และปริมาณฟอสเฟต เท่ากับ 16.13 ไมโครกรัมฟอสฟอรัส/ลิตร เกินมาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลชายฝั่งเพื่อการใช้ประโยชน์ประเภทที่ 1 เพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ  นอกจากนี้จุดข้างเรือทิศเหนือ ปริมาณออกซิเจนละลายในน้ำเท่ากับ 3.72 มิลลิกรัม/ลิตร ต่ำกว่ามาตรฐานเช่นกัน

สรุปคุณภาพน้ำทะเลและแพลงก์ตอนพืช ในระวางเรือปูนที่จม ด้านข้างเรือและระยะห่างออกมา ได้รับผลกระทบ มีหลายพารามิเตอร์ที่เกินค่ามาตรฐาน  ควรเร่งให้มีการสูบน้ำในระวางออกไปบำบัดภายนอก ไม่ควรทิ้งลงทะเล และควรเร่งกู้เรือออกจากบริเวณดังกล่าว

ผลการสำรวจความเสียหายของทรัพยากรใต้ทะเลบริเวณจุดที่เรือจม

การดำน้ำสำรวจสภาพปะการังและทรัพยากรในทะเล โดยรอบบริเวณเรือปูนจมและเกยบนหินกองกระสินธุ์หินกองนอก  ปะการังบริเวณหินกองกระสินธุ์กองนอกและกองในและพื้นทะเลระหว่างกองหินทั้งสองและพื้นทะเลโดยรอบ และทิศตะวันออกของเกาะยายท้าวที่เป็นพื้นที่ฟื้นฟูปะการัง

ผลการสำรวจ

1. พื้นที่ทะเลโดยรอบ: ด้านเหนือและด้านใต้ของหินกองกระสินธุ์ทั้งสอง เป็นทรายมีสัตว์ทะเลเช่น เม่นหนามสั้นอาศัยอยู่ทั่วไป พบปะการังแบบโขด 1% ของพื้นที่ทั้งหมด ไม่พบผลกระทบเช่น ตะกอนจากปูนซีเมนต์  ตะกอนผิดปกติ หรือ สัตว์ทะเลหน้าดินตาย

2. พื้นที่ปะการังกลางหินกองกระสินธุ์ ระยะห่างเรือปูนจมไปทางทิศตะวันออก 100-120เมตร พบปะการังหนาแน่น ส่วนใหญ่เป็นปะการังโขด เป็นพื้นที่ ถึง 50% ของพื้นที่ทั้งหมด สภาพดีถึงปานกลาง ไม่พบผลกระทบผิดปกติ

3. พื้นที่ปะการังใต้เรือปูนจม พบมีปะการัง 50% ของพื้นที่ สภาพในขณะดำสำรวจ  สภาพปานกลาง ถึง20%-30% ปะการังที่พบค่อนข้างหลากหลาย ได้แก่ แบบโขด แบบแผ่น ปะการังอ่อน และดอกไม้ทะเล โดยปะการังอ่อนและดอกไม้ทะเลเริ่มพบมีการตายโดยเฉพาะบริเวณใต้เรือปูน

4. พื้นที่ฟื้นฟูปะการัง โดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ด้านตะวันออกของเกาะยายท้าว  ไม่พบผลกระทบ ต่อปะการังที่ลงฟื้นฟู และปะการังธรรมชาติ

สรุป    ในขณะสำรวจพบผลกระทบต่อปะการังอ่อนและดอกไม้ทะเลบริเวณใต้เรือปูนจม (เกยตื้นค้างอยู่บนหินกองกระสินธุ์กองนอก) และพบปะการังโขดเริ่มมีการฟอกขาว ทำให้ปะการังอ่อนแอเพราะได้รับสารอาหารไม่เพียงพอและการังอาจตายไปในที่สุด ทั้ง 2 บริเวณ

แนวทางดำเนินการต่อไป ต้องเร่งการกู้เรือปูนจมโดยระวังน้ำทะเลที่อยู่ในระวางเรือออกมาปนเปื้อนบริเวณนั้นซึ่งมีปะการังอยู่หลากหลายชนิด   และเพิ่มการสำรวจและทำแผนที่สถานภาพปะการังบริเวณดังกล่าวและใกล้เคียงพื้นที่จอดเรือสินค้าและพื้นที่ขนถ่ายสินค้าทางทะเล เพื่อเป็นฐานข้อมูลสำหรับตรวจเฝ้าระวังผลกระทบที่จะเกิดขั้นจากการขนถ่ายสินค้าทางทะเล เช่น เรือสินค้าถ่ายน้ำเสีย  ทิ้งสินค้าที่เหลือ น้ำมันรั่ว ฯลฯ

 

 

2. ด้านสิ่งแวดล้อม

ป้องกันและลดมลภาวะในทะเลรอบเกาะสีชังซึ่งมลภาวะที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากการขนถ่ายสินค้า ประเภทที่อาจก่อให้เกิดมลภาวะ เช่น ปุ๋ย ปูนซีเมนต์ แป้งมัน โซดาแอส  และถ่านหิน ที่ขนถ่ายในทะเลหน้าเกาะสีชัง และเกิดการร่วงหล่นลงไปในทะเล หรือฟุ้งกระจายในอากาศ ซึ่งจากผลการสำรวจใต้ทะเลพบตะกอนที่เกิดจากการขนถ่ายสินค้า ตกตะกอนอยู่ใต้ทะเลมีลักษณะคล้ายวุ้น ที่อาจจะเป็นอันตรายหรือเป็นพิษต่อสัตว์น้ำในทะเลและปะการังธรรมชาติได้ โดยขณะนี้ กรมควบคุมมลพิษ กำลังดำเนินการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมดังกล่าว เพื่อทราบข้อมูลที่แท้จริง หาแนวทางการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีก่อนที่จะเกิดผลเสียหายรุนแรงเกิดขึ้น อีกทั้งเกิดจากการล้างระวางเรือเมื่อขนถ่ายเสร็จ โดยผู้ประกอบการเรือโป๊ะและทุ่นขนถ่ายสินค้า จะต้องป้องกันไม่ให้เกิดมลภาวะ โดยจัดเก็บขยะประเภทนี้ใส่ถุงที่เทศบาลฯ แจกให้และเพื่อนำไปกำจัดอย่างถูกวิธี จะทำให้ลดผลกระทบต่อสัตว์น้ำในทะเลรอบเกาะสีชังและปะการังธรรมชาติให้มีความสมบูรณ์และสวยงามอย่างยั่งยืนต่อไป

ปัจจุบันเทศบาลตำบลเกาะสีชังได้ดำเนินการจัดวาง “ทุ่นผูกเรือ” ไปแล้ว 18 จุด คงเหลืออีกจำนวน  6 จุด และหากเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ได้จัดทำทุ่นผูกเรือครบทั้ง 24 จุด เทศบาลตำบลเกาะสีชังก็จะดำเนินการประกาศใช้เทศบัญญัติการจัดระเบียบการจอดเรือ

เทศบัญญัติเทศบาลตำบลเกาะสีชัง

3. เรื่อง การจัดการบำบัดน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล พ.ศ. ……

สภาพปัญหาน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล ในพื้นที่เกาะสีชัง

มีการทิ้งน้ำเสียและสิ่งปฏิกูล และขยะมลพิษที่เกิดจากการเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน ล้างเครื่องยนต์ เครื่องจักรต่างๆ และสิ่งตกค้างจากการขนถ่ายสินค้า และทุ่นขนถ่ายสินค้าที่เหลือใช้ ที่ไม่สามารถจัดเก็บได้  จะล้างทำความสะอาดท้องเรือ และปั๊มน้ำทิ้งลงในทะเล รวมถึงน้ำมันที่ไม่ได้ใช้ก็ถูกลักลอบปล่อยทิ้งลงสู่ทะเล แม้จะมีบริษัทที่รับสัมปทานจากหน่วยงานของรัฐในการกำจัดคราบน้ำมันรับผิดชอบดูแลเรื่องนี้แต่การลักลอบปล่อยทิ้งน้ำมันลงสู่ทะเลก็ยังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น      ข่าวน้ำมันที่ถูกกระแสคลื่นลมพัดเข้าหาดบางแสน เข้าชายหาดที่เกาะสีชัง ซึ่งถือว่าเป็นการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม

น้ำเสียที่เกิดจากการล้างระวางเรือ ล้างทุ่นขนถ่ายสินค้า น้ำเสียที่เกิดจากการล้างแทงค์เรือบรรทุกสินค้าต่างประเทศ ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในทะเล จะปล่อยทิ้งลงทะเลโดยตรงไม่ได้

สิ่งปฏิกูลจากเรือ ซึ่งมีเชื้อโรค และสิ่งสกปรกในปริมาณที่สูง ซึ่งก่อให้เกิดอันตรายต่อทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมในทะเล จะปล่อยทิ้งลงทะเลโดยตรงไม่ได้

น้ำปนเปื้อนน้ำมันจากเรือ ซึ่งเกิดจากการล้างเครื่องยนต์เรือ หรือจากการเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน จะปล่อยทิ้งลงทะเลโดยตรงไม่ได้

ดังนั้น เทศบาลจำเป็นต้องประกาศใช้เทศบัญญัติในเรื่องเกี่ยวกับ การบำบัดน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล และน้ำปนเปื้อนน้ำมัน เพื่อเก็บรวบรวมน้ำเสีย สิ่งปฏิกูล และน้ำปนเปื้อนน้ำมันเหล่านี้ไปบำบัด เพื่อป้องกันและรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยเทศบาลจะจัดหาเรือเพื่อเก็บรวบรวมน้ำเสีย สิ่งปฏิกูลและน้ำปนเปื้อนน้ำมัน เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการบำบัด ซึ่งเป็นแผนงานที่ทางเทศบาลจะดำเนินการในอนาคตต่อไป

กองสาธารณะสุข

สภาพปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติถูกทำลาย
(นอกเทศบาลตำบลเกาะสีชัง)

จากผลการศึกษาของโครงการจัดการของเสียของท่าเรือไทยพบว่าของเสียตามอนุสัญญา MARPOL 73/78 ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการรองรับของเสียจากเรือบรรทุกสินค้าซึ่งได้แก่

  1. ขยะ(Garbage)

  2. ของเสียปนน้ำมัน(Waste Oil) และน้ำเสีย(Sewage)

ขยะจากเรือสินค้าต่างประเทศ

  1. ขยะอินทรีย์ หรือ มูลฝอยย่อยสลาย คือ ขยะที่เน่าเสียและย่อยสลายได้เร็ว เช่น เศษผัก เปลือกผลไม้ เศษอาหาร ใบไม้ เศษเนื้อสัตว์ เป็นต้น
  2. ขยะรีไซเคิล หรือ มูลฝอยสามารถนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ได้ เช่น

      –  แก้ว กระดาษ เศษพลาสติก กล่องเครื่องดื่มแบบ UHT

      –  กระป๋องเครื่องดื่ม เศษโลหะ อะลูมิเนียม

      –  ยางรถยนต์

  3. ขยะทั่วไป คือ ขยะประเภทอื่นนอกเหนือจากขยะย่อยสลาย     ขยะรีไซเคิล และขยะอันตราย มีลักษณะที่ย่อยสลายยากและไม่คุ้มค่าสำหรับการนำกลับมาใช้ประโยชน์ใหม่ เช่น

      – ห่อพลาสติกใส่ขนม ถุงพลาสติกบรรจุผงซักฟอก พลาสติก    ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ถุงพลาสติกเปื้อนเศษอาหาร ฟอยล์เปื้อนอาหาร

      – โฟมรองสินค้า ผ้าใบ

  4. ขยะอันตราย คือ ขยะที่มีองค์ประกอบหรือปนเปื้อนวัตถุอันตรายชนิดต่างๆ ซึ่งได้แก่

      –  วัตถุไวไฟ

      –  ขยะปนน้ำมัน

      –  วัตถุอย่างอื่นไม่ว่าจะเป็นเคมีภัณฑ์หรือสิ่งอื่นใดที่อาจทำให้เกิดอันตรายแก่บุคคล สัตว์ พืช ทรัพย์สินหรือสิ่งแวดล้อม เช่น ถ่านไฟฉาย หลอดฟลูออเรสเซนต์ แบตเตอรี่โทรศัพท์เคลื่อนที่ ภาชนะบรรจุสารกำจัดศัตรูพืช กระป๋องสเปรย์บรรจุสีหรือสารเคมี ฯ

เทศบาลตำบลเกาะสีชังได้ดำเนินการเฝ้าระวัง ตรวจตราพื้นที่ และรับแจ้งข้อมูลจากพันธมิตรต่างๆ เช่น แม่ค้าบนเรือสินค้า และชาวประมง จากการขนถ่ายสินค้าไม่ถูกต้องของบางบริษัทที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงที่กำหนดไว้ทำให้มีฝุ่นละอองจากการขนถ่ายสินค้า รวมถึงเศษสินค้าที่เป็นประเภทเทกอง ตกหล่นบนพื้นเรือสินค้า พื้นทุ่นขนถ่าย พื้นเครนน้ำที่รับจ้างขนถ่ายซึ่งเป็นสินค้าที่อาจจะก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม เช่น ถ่านหิน ปูนซีเมนต์ ปุ๋ยยูเรีย มันสำปะหลัง  โซดาแอช กำมะถัน กากถั่ว และยิปซั่ม

วันที่  7  กรกฎาคม  2559  เวลา  12.00  น.  ด้วยได้รับแจ้งจากนายอำเภอเกาะสีชัง  ว่ามีการทำฝุ่นแป้งฟุ้งกระจายในปริมาณมาก  บริเวณทะเลหน้าเกาะสีชัง  อำเภอเกาะสีชัง  ร่วมกับ  เทศบาลตำบลเกาะสีชัง  สถานีตำรวจภูธรเกาะสีชัง  สถานีตำรวจน้ำ 2 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ  กองพันทหารราบที่  3  กรมทหารราบที่  21  รักษาพระองค์ฯ  กรมเจ้าท่า  และศูนย์ควบคุมการจราจรและความปลอดภัยทางทะเล ได้ร่วมกันตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง ผลปรากฏว่ามีการทำฝุ่นแป้งฟุ้งกระจายในปริมาณมาก  แต่พอเห็นเรือเจ้าหน้าที่  ได้มีการหยุดการทำงานทันที  เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง  ทหาร  ตำรวจ และส่วนท้องถิ่น  จึงขึ้นเรือทุ่นขนถ่ายดังกล่าวเพื่อเชิญผู้จัดการทุ่นกับคนขับเครนมาที่สถานีตำรวจภูธรเกาะสีชัง เพื่อลงบันทึกการจับกุม

จากการที่เทศบาลตำบลเกาะสีชังได้รับแจ้งจากแม่ค้าขายของบนเรือสินค้าต่างประเทศหลายราย และชาวประมงพื้นบ้านที่ออกจับสัตว์น้ำข้างเรือสินค้าต่างประเทศ รวมถึงการติดตามเฝ้าระวังในพื้นที่เกาะ   สีชังพบว่า ได้มีการลักลอบนำมาขยะทิ้งในทะเลอยู่เป็นประจำ

จึงได้มอบหมายให้กองสาธารณสุขฯ ออกไปสำรวจปริมาณเรือสินค้านำเข้าและส่งออก รวมถึงปริมาณขยะบนเรือสินค้าต่างประเทศ รายละเอียดดังนี้

การสำรวจข้อมูลการจัดการขยะในเรือบรรทุกสินค้าระหว่างประเทศ
ครั้งที่ 1 วันที่ 25 – 26 พฤษภาคม 2559  จำนวน 12 ลำ
ครั้งที่ 2 วันที่ 9 มิถุนายน 2559  จำนวน 6 ลำ
(รายละเอียดปรากฏในเอกสาร การสำรวจข้อมูลการจัดการขยะในเรือบรรทุกสินค้าระหว่างประเทศ)

จากการสำรวจพบว่าขยะบนเรือบรรทุกสินค้าต่างประเทศถูกเก็บไว้บริเวณท้ายเรือ  ในวันที่สำรวจเรือเข้าเทียบจอดเพียง 1 วัน แต่พบว่า มีขยะเป็นจำนวนมาก (ประมาณ 2 ตัน) ซึ่งคาดการณ์ได้ว่าเป็นการนำเข้าของขยะที่ติดมาจากต่างประเทศ จึงถือว่าเป็นอันตรายมากหากเป็นขยะที่มีการติดเชื้อ และมีการจัดการที่ไม่ถูกต้องอาจแพร่ระบาดสร้างความเสียหายให้กับประชาชนในพื้นที่ได้

เรือขนถ่ายสินค้าประเภทข้าว จะมีแรงงานในการดำเนินการจำนวนจำนวนไม่น้อยกว่า 100 คนในการทำงาน จึงทำให้เกิดขยะกินใช้จากแรงงานที่ขึ้นไปรับจ้างขนสินค้าชนิดกระสอบ เช่น ข้าวสาร  น้ำตาล ข้าวโพด ในแต่ละวันมีเป็นจำนวนมาก

การสำรวจข้อมูลการจัดการขยะในเรือบรรทุกสินค้าระหว่างประเทศบริเวณทะเลเกาะสีชัง (รายละเอียดปรากฏในเอกสาร การสำรวจข้อมูลการจัดการขยะในเรือบรรทุกสินค้าระหว่างประเทศ)

ในปัจจุบันการจัดเก็บของเสียจากเรือบรรทุกสินค้าต่างประเทศที่จอดทอดสมอในทะเลระหว่างอำเภอเกาะสีชังกับอำเภอศรีราชา เพื่อรอทำการขนถ่ายสินค้าทั้งนำเข้า และส่งออกยังไม่เป็นระบบและได้มาตรฐาน วิธีการจัดการของเสียจากเรือในปัจจุบัน คือ ผู้ควบคุมเรือหรือตัวแทนเรือจะติดต่อว่าจ้าง เรือรับ-ส่งแม่ค้า ที่นำสินค้าขึ้นไปขายบนเรือบรรทุกสินค้าต่างประเทศ ให้ทำการเก็บและขนขยะไปกำจัด โดยเรือรับจ้างเหล่านี้จะนำใบประกาศปลอมแสดงให้ผู้ควบคุมเรือ หรือตัวแทนเรือหลงเชื่อ ว่าเรือรับจ้างลำดังกล่าว มีการนำขยะจากเรือไปกำจัดอย่างถูกวิธี

เมื่อเรือรับจ้างเหล่านี้เก็บขนขยะจากเรือบรรทุกสินค้าต่างประเทศมา ก็ไม่รู้ว่าจะนำขยะดังกล่าวไปกำจัดที่ไหน เพราะศูนย์กำจัดขยะของเทศบาลตำบลเกาะสีชัง อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ยังไม่เปิดให้นำขยะมาทิ้ง เมื่อไม่มีสถานที่กำจัดขยะ จึงลักลอบทิ้งขยะลงในทะเล และจากการที่เทศบาลตำบลเกาะสีชังได้รับแจ้งจากแม่ค้าขายของบนเรือสินค้าต่างประเทศหลายราย และชาวประมงพื้นบ้านที่ออกจับสัตว์น้ำใกล้เรือบรรทุกสินค้าต่างประเทศ รวมถึงการติดตามเฝ้าระวังในพื้นที่เกาะสีชังโดยการสำรวจพบว่า มีการลักลอบนำมาขยะทิ้งในทะเลอยู่เป็นประจำ แต่เทศบาลตำบลเกาะสีชัง ยังไม่เคยจับตัวผู้กระทำผิดได้เลย

จากปัญหาดังกล่าวเทศบาลตำบลเกาะสีชัง จึงได้ประสานการทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพา โดยนำท่าน ผศ.ดร.บรรพต วิรุณราช คณบดีวิทยาลัยพาณิชยศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ในการใช้โดรนตรวจสอบภาพมุมสูงในพื้นที่ทะเล เพื่อตรวจสอบ ควบคุม และเฝ้าระวังการทำงานในการขนถ่ายสินค้า ซึ่งยังมีผู้ประกอบการขนถ่ายสินค้าบางบริษัท ไม่ปฏิบัติตามที่ได้ทำข้อตกลงไว้ และยังมีเรือรับจ้างเก็บขนขยะลักลอบทิ้งขยะลงในทะเล

จุดที่ 1. พบถุงดำลอยน้ำมาจำนวน 8 ถุง บริเวณข้างเกาะขามน้อย จากการตรวจสอบพบว่าเป็นขยะกินใช้ เช่น ถุงพลาสติก ขวดแก้ว กระดาษ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นขยะจากเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่มีผู้ไปรับมากำจัด แต่เนื่องด้วยเทศบาลตำบลเกาะสีชังมีประกาศห้ามนำขยะจากเรือสินค้าระหว่างประเทศขึ้นมากำจัดที่เกาะสีชัง เพราะศูนย์กำจัดขยะของเทศบาลตำบลเกาะสีชัง อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้าง ยังไม่เปิดให้นำขยะมาทิ้ง เมื่อไม่มีสถานที่กำจัดขยะ จึงลักลอบทิ้งขยะลงในทะเล

จุดที่ 2. พบเรือกำลังทำการทิ้งขยะลงทะเล พบว่า มีขยะหลายชนิดที่ทิ้งลงทะเล

  1. ขยะกินใช้ เช่น ถุงพลาสติก ขวด
  2. ขยะอันตราย เช่น หลอดไฟ และขยะปนเปื้อนน้ำมันใช้แล้ว จากการตรวจสอบพบผู้ที่ทิ้งขยะที่เป็นเจ้าของเรือให้การว่า ได้รับจ้างขนย้ายกำจัดขยะจากเรือสินค้าระหว่างประเทศ แต่เนื่องจากไม่สามารถนำขยะขึ้นมากำจัดที่เกาะสีชังได้ จึงต้องนำมาแอบทิ้งในทะเล และไม่คิดว่าเทศบาลตำบลเกาะสีชังจะนำเทคโนโลยีในการตรวจสอบถ่ายภาพและภาพเคลื่อนไหวทางอากาศ(โดรน) มาใช้ในพื้นที่ โดยผู้ที่ทิ้งขยะรับปากว่าจะไม่ทำการแอบทิ้งขยะในทะเลอีกเด็ดขาด เทศบาลตำบลเกาะสีชังจึงได้ตักเตือน และให้ทำการเก็บขยะที่ทิ้งลงในทะเลให้เรียบร้อยเพื่อนำไปกำจัดด้วยวิธีการที่ถูกต้องต่อไป

จนเมื่อวันที่ ๘ สิงหาคม ๒๕๕๙ เทศบาลได้รับแจ้งว่า มีการลักลอบเก็บขนขยะ จากเรือบรรทุกสินค้าต่างประเทศนำขึ้นที่เกาะสีชัง บริเวณท่าเรือแหลมงู โดยจะนำขยะไปทิ้งยังที่เก็บขยะของเอกชน จึงได้ดำเนินการแจ้งความร้องทุกข์ ต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเกาะสีชัง และให้ชำระค่าปรับ เมื่อเรือรับจ้างเก็บขนขยะลำอื่นๆทราบข่าวการจับกุม ก็ไม่กล้าที่จะนำขยะขึ้นมาบนเกาะสีชังอีก จึงทำการลักลอบนำขยะทิ้งลงไปในทะเล โดยขยะที่ถูกทิ้งทะเลดังกล่าว ได้ลอยมาติดเกยที่อ่าวถ้ำจ๊อกค๊อก บริเวณด้านทิศเหนือของเกาะสีชัง

การดำเนินการในปัจจุบันและอนาคต

จากสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ซึ่งนำโดยท่านนายกดำรงค์  เภตรา ได้ดำเนินการนำเสนอสภาพปัญหาดังกล่าวแก่พลตรีสิงห์ทอง หมีทอง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 14 และนายคมสัน เอกชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี จึงนำมาซึ่งการจัดตั้งคณะกรรมการการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยเกี่ยวกับการขนถ่ายสินค้าบริเวณเกาะสีชัง

เทศบาลตำบลเกาะสีชังได้ข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาการจัดการขยะในทะเลแก่ที่ประชุมคณะกรรมการฯดังนี้

1. เทศบาลตำบลเกาะสีชังเสนอให้บริษัทที่รับผิดชอบ เก็บขนขยะในทะเลภายในเขตเทศบาลตำบลเกาะสีชังเป็นผู้ไปจัดเก็บขน และกำจัดขยะทั้ง 4 ประเภท จากเรือบรรทุกสินค้าต่างประเทศทุ่นขนถ่ายสินค้า เครนน้ำที่รับจ้างขนถ่ายสินค้าประเภทเทกองทุกชนิด โดยขยะจะมีการคัดแยก ซึ่งขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล และขยะทั่วไปจะนำไปกำจัดที่ศูนย์บริการจัดการขยะของสำหรับขยะอันตรายจะนำไปกำจัดที่บริษัท General Environmental Conservation Public Company Limited (GENCO)

ขยะจะมีการคัดแยก เป็นขยะอินทรีย์ ขยะรีไซเคิล และขยะทั่วไปจะนำไปกำจัดที่ศูนย์บริการจัดการขยะของเทศบาล สำหรับขยะอันตรายจะนำไปกำจัดที่บริษัท General Environmental Conservation Public Company Limited (GENCO)

สำหรับการจัดเก็บอัตราค่าบริการ ใช้วิธีการเก็บค่าบริการตามหลัก Polluter Pays Principle หรือผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย เนื่องจากมีความเหมาะสมและเป็นวิธีการที่ปฏิบัติกันอยู่แล้วในปัจจุบัน โดยมีหลักการในการเก็บค่าธรรมเนียม ดังนี้

  1. ค่าธรรมเนียมที่เก็บต้องมากพอสำหรับค่าใช้จ่ายในการจัดการขยะ

  2. ค่าธรรมเนียมต้องเป็นธรรมต่อเรือ

  3. ค่าธรรมเนียมต้องไม่สูงเกินไปจนทำให้เรืออาจตัดสินใจทิ้งของเสียอย่างผิดกฎหมายลงทะเล

  4. ใช้อัตราค่าธรรมเนียมที่ในปัจจุบันมีการว่าจ้างเรือรับ-ส่งแม่ค้า ที่นำสินค้าขึ้นไปขายบนเรือบรรทุกสินค้าต่างประเทศให้ทำการเก็บและขนขยะไปกำจัดในราคาขั้นต่ำ 400 เหรียญ (13,600 บาท)

2. แนวทางการบูรณาการในรูปแบบสหการร่วมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในทะเลของชาติ ถูกทำลาย บริเวณแหล่งขนถ่ายสินค้าเทกอง ระหว่างอำเภอเกาะสีชังและอำเภอศรีราช ได้แก่

๑. อำเภอเกาะสีชัง เทศบาลตำบลเกาะสีชัง

๒. อำเภอศรีราชาบางส่วน

      –  เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์

      –  เทศบาลเมืองศรีราชา

      –  เทศบาลตำบลบางพระ

      –  องค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ

๓. อำเภอเมืองชลบุรี  เทศบาลเมืองแสนสุข

ขยายเขตพื้นที่ของเทศบาลตำบลเกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชังกับอำเภอศรีราชาบางส่วน (อปท. ที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล)  ได้แก่ เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์  เทศบาลเมืองศรีราชา เทศบาลตำบลบางพระ ตำบลบางพระ องค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ และเทศบาลเมืองแสนสุข เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมและมลพิษในทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ปัญหาและอุปสรรคในการแก้ไขปัญหา

ปัจจุบันปัญหาสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติของชาติ บริเวณแหล่งขนถ่ายสินค้าเทกอง ระหว่างอำเภอเกาะสีชัง กับอำเภอศรีราชา ถูกทำลาย ยังไม่ได้รับการดูแลเอาใจใส่และดำเนินการแก้ไขอย่างจริงจัง เนื่องจากมีปัญหาอุปสรรคดังนี้

๑. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าวโดยตรง ได้แก่ เทศบาลตำบลเกาะสีชัง อำเภอเกาะสีชัง เทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เทศบาลเมืองศรีราชา เทศบาลตำบลบางพระ และองค์การบริหารส่วนตำบลบางพระ อำเภอศรีราชา และเทศบาลเมืองแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการหรือ แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในทะเลได้ เนื่องจากตามกฎหมายเทศบาลจะมีอำนาจหน้าที่ เฉพาะในเขตที่รับผิดชอบเท่านั้น

๒. หน่วยงานราชการที่มีอำนาจ หน้าที่รับผิดชอบในทะเลโดยตรง และมีมาตรการในการควบคุมติดตามตรวจสอบการปฏิบัติงานเพื่อลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมจากการขนถ่ายสินค้าทางเรือ คือ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พุทธศักราช ๒๔๕๖ มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุม กำกับ และติดตามตรวจสอบ ขั้นตอนการขนถ่ายให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด แต่ในการปฏิบัติงานจริงกรมเจ้าท่า ไม่มีบุคลากรที่เฝ้าระวังและติดตามเพียงพอในการปฏิบัติงาน และการบังคับใช้กฎหมายกับผู้ก่อให้เกิดมลภาวะและทำลายทรัพยากรในทะเลของชาติ ปัญหาดังกล่าวจึงเรื้อรังมาจนถึงปัจจุบันนี้

เทศบาลตำบลเกาะสีชัง จึงได้หารือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีเขตพื้นที่เชื่อมติดต่อกัน และได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว ว่าควรนำเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าแผนพัฒนาจังหวัดชลบุรี นำเสนอต่อรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น   ที่ประสบปัญหามาเป็นเวลานาน

จึงได้ขอความเห็นชอบจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น และประชาชน ในพื้นที่เพื่อนำเสนอปัญหาความเดือดร้อนและความต้องการที่จะให้รัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอนุญาตให้ ขยายเขตพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง ๖ แห่ง ให้มีพื้นที่เชื่อมติดต่อกันในทะเลให้ครอบคลุมจุดขนถ่ายสินค้ากลางทะเล ซึ่งเป็นแหล่งกำเนิดมลพิษ เพื่อที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง ๖ แห่ง จะได้มีอำนาจ หน้าที่ตามกฎหมาย ในการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ป้องกันและรักษาทรัพยากรในทะเลของชาติได้อย่างเต็มที่ ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๖ แห่ง ที่มีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเลจะได้รับประโยชน์ดังต่อไปนี้

๑. สภาพแวดล้อมทางทะเลถูกทำลายลดน้อยลงและส่วนที่เสื่อมโทรมได้รับการฟื้นฟูให้มีสภาพเดิม

๒. มลภาวะทางอากาศที่เกิดจากการขนถ่ายสินค้าประเภทเทกองทางทะเลลดน้อยลง ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่งทะเลไม่เป็นโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ

๓. ปริมาณขยะสิ่งปฏิกูลมูลฝอยและน้ำเสียที่ถูกกระแสน้ำทะเลพัดมาติดชายหาดซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและชายฝั่งทะเลมีปริมาณลดน้อยลง

๔. ปริมาณสัตว์น้ำเพิ่มมากขึ้น การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่งและการทำประมงพื้นบ้านมีรายได้เพิ่มมากขึ้น

สถานการณ์และการจัดการขยะในพื้นที่เกาะสีชัง

เกาะสีชัง เป็นสถานตากอากาศที่มีชื่อเสียงมานานนับร้อยปีจนถึงปัจจุบัน มีธรรมชาติความงดงาม แตกต่างไปจากสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ มีบรรยากาศที่เงียบสงบ อากาศบริสุทธิ์ มีสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงาม เกาะสีชังเป็นที่ที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อีกแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่ประทับของพระเจ้าแผ่นดินถึง 3 พระองค์ คือ รัชกาลที่ 4 รัชกาลที่ 5 และรัชกาลที่ 6 และเกาะสีชังยังเป็นที่จอดพักเรือสินค้านานาชาติ เป็นเกาะที่น่าท่องเที่ยวในบรรยากาศแบบท้องถิ่น ซึ่งสามารถแวะท่องเที่ยวในวันเดียวหรือพักค้างคืนก็ได้ ผู้มาเยือนยังเกาะแทบทุกคนล้วนประทับใจในสถานที่ท่องเที่ยวบนเกาะสีชัง

แหล่งกำเนิดขยะ

  1. บนบก

ปัจจุบัน ตำบลเกาะสีชัง   มีปริมาณขยะบนเกาะสีชัง  12-15  ตันต่อวัน  และเพิ่มขึ้นเป็น  13-17  ตัน  ในช่วงวันหยุดและเทศกาล จึงเป็นภาระหนักของเทศบาลตำบลเกาะสีชัง  ในการบริหารจัดการกำจัดขยะเหล่านั้น  ปริมาณขยะที่เกิดขึ้นมากมายทุกวัน  ส่งผลให้มีขยะตกค้างเป็นจำนวนมากในแต่ละวันส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสภาพความเป็นอยู่ในชุมชนมากมาย  ได้แก่   บ้านเมืองสกปรกไม่น่ามอง  เสียทัศนียภาพ ส่งกลิ่นเหม็นรบกวน  เป็นแหล่งเพาะพันธุ์สัตว์  และพาหนะนำโรคต่าง ๆ เช่น หนู แมลงสาบ แมลงวัน ทั้งยังเป็นแหล่งแพร่เชื้อโรคโดยตรง เช่น อหิวาตกโรค อุจจาระร่วง บิด โรคผิวหนัง  บาดทะยัก โรคทางเดินหายใจ เกิดการปนเปื้อนของสารพิษ เช่น ตะกั่ว ปรอท ลงสู่พื้นดิน

กองสาธารณะสุข

ประวัติความเป็นมา ศูนย์บริหารจัดการขยะชุมชน

เทศบาลตำบลเกาะสีชังได้สนับสนุนงบประมาณจำนวน 200,000 บาทในการการจัดตั้ง ธนาคารขยะชุมชนบ้านท่าภาณุรังสีขึ้น เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2554 เพื่อที่จะลดปริมาณขยะที่เกิดขึ้น และเป็นการปลูกจิตสำนึกในการคัดแยกขยะของประชาชนชาวเกาะสีชัง

กองสาธารณะสุข
กองสาธารณะสุข

ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็น ศูนย์บริหารจัดการขยะชุมชน เทศบาลตำบลเกาะสีชังเพื่อให้การจัดการขยะที่เกิดขึ้นในชุมชนครอบคลุมมากยิ่งขึ้น โดยศูนย์บริหารจัดการขยะชุมชน เทศบาลตำบลเกาะสีชัง  มีกิจกรรมดังนี้

เปิดบริการทุกวันพฤหัสบดี เวลา 10.00-14.00 น. โดยเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ได้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ให้บริการรับซื้อขยะแทบทุกชนิด โดยเทศบาลตำบลเกาะสีชังได้ประสานกับบริษัทวงษ์พานิชเพื่อรับซื้อขยะจากทางศูนย์

มีรายจ่ายที่เพิ่มขึ้น

ค่าเรือในการขนส่งขยะ    เที่ยวละ 1,500 บาท

หนึ่งปี นำขยะไปขาย 10 ครั้ง   เป็นเงิน 15,000 บาท

ระยะเวลา 3 ปีใช้เงินค่าขนส่งไปทั้งสิ้น  เป็นเงิน 45,000 บาท

ซึ่งเงินจำนวนนี้ที่เสียไปถือเป็นส่วนต่างที่ศูนย์เรียนรู้การบริหารจัดการขยะชุมชน ต้องรับภาระถ้าเทียบกับการจัดการขยะที่บนฝั่งที่ไม่ต้องเสียค่าขนส่งตัวนี้

2. การแปรรูปมูลฝอย

เทศบาลตำบลเกาะสีชัง ได้ดำเนินการให้บริการจัดเก็บขยะเศษอาหารขึ้นควบคู่กับการจัดเก็บขยะทั่วไป โดยเริ่มให้บริการกับประชาชนหมู่ที่ 6 บ้านท่าภาณุรังษีเป็นพื้นที่แรก ต่อมาได้ให้บริการเพิ่มขึ้นครอบคลุมพื้นที่ทั้ง6 หมู่ และร้านอาหารทุกร้านในเขตพื้นที่ โดยมีผู้รับบริการทั้งสิ้น 180 ครัวเรือน และ ร้านอาหาร 25 ร้าน โดยเฉลี่ยสามารถกำจัดขยะเศษอาหารได้เป็นจำนวน 200 ลิตรต่อวัน หรือ6,000 ลิตรต่อเดือน หรือ 72,000 ลิตรต่อปี โดยขยะเศษอาหารที่ได้มาส่วนหนึ่งนำไปหมักทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับประชาชนที่สนใจ และส่วนหนึ่งนำไปให้หมูป่าที่เลี้ยงไว้เพื่อจะทำศูนย์เศรษฐกิจพอเพียงกิน

การดำเนินการในปัจจุบันและอนาคต

  โดยได้รับงบประมาณดำเนินการจาก

     1. จังหวัดชลบุรี งบยุทธศาสตร์จังหวัดชลบุรี  ประจำปีงบประมาณ 2559งบประมาณ 15,360,200.-บาท  (สิบห้าล้านสามแสนหกหมื่นสองร้อยบาทถ้วน)

     2. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ประจำปีงบประมาณ 2558 และ 2559 งบประมาณ 2,872,000.-บาท (สองล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นสองพันบาทถ้วน)

แบ่งเป็น

ปีงบประมาณ 2558  เป็นเงิน 1,672,000.-บาท  (หนึ่งล้านหกแสนเจ็ดหมื่นสองพันบาทถ้วน)

ปีงบประมาณ 2559  เป็นเงิน 1,200,000.-บาท  (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน)

1. โครงการก่อสร้างอาคารสำหรับเก็บขยะคัดแยก
ขนาดกว้าง 15.00 เมตร ยาว 30.00 เมตร
งบประมาณ 6,126,300.-บาท  สัญญาเลขที่ 3/2558  ลว. 8 ธค. 2558
เริ่มสัญญา 9 ธค. 58  สิ้นสุดสัญญา 7 ธค. 59  ระยะเวลาดำเนินการ 365 วัน
2.  ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก
งบประมาณ 3,034,100.- บาท  สัญญาเลขที่ 7/2558  ลว. 8 ธค. 2558
เริ่มสัญญา 9 ธค. 58  สิ้นสุดสัญญา 3 ตค. 59  ระยะเวลาดำเนินการ 300 วัน
3. ก่อสร้างลานตากขยะคอนกรีตเสริมเหล็ก
งบประมาณ 1,869,800.- บาท  สัญญาเลขที่ 8/2558  ลว. 8 ธค. 2558
เริ่มสัญญา 9 ธค. 58  สิ้นสุดสัญญา 4 สค. 59  ระยะเวลาดำเนินการ 240 วัน
4. งานก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสียของโครงการ
งบประมาณ 2,930,000.- บาท  สัญญาเลขที่ 9/2558  ลว. 8 ธค. 2558
เริ่มสัญญา 9 ธค. 58  สิ้นสุดสัญญา 3 กย. 59  ระยะเวลาดำเนินการ 270 วัน
5. งานระบบสายพานลำเลียง
งบประมาณ 1,400,000.- บาท  สัญญาเลขที่ 10/2558  ลว. 8 ธค. 2558
เริ่มสัญญา 9 ธค. 59  สิ้นสุดสัญญา 5 กพ. 60  ระยะเวลาดำเนินการ 60 วัน

 

2. กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ประจำปีงบประมาณ 2558 และ 2559 งบประมาณ 2,872,000.-บาท (สองล้านแปดแสนเจ็ดหมื่นสองพันบาทถ้วน)

แบ่งเป็น

  ปีงบประมาณ 2558  เป็นเงิน 1,672,000.-บาท(หนึ่งล้านหกแสนเจ็ดหมื่นสองพันบาทถ้วน)

  – ทางลาด สำหรับรถวิ่งเทขยะและถาดรับขยะ     จำนวน 1 ชุด

  – เครื่องจักรสับขยะ ขนาด 5 ตัน ขยะสด/วัน  จำนวน 1 ชุด

  – ระบบไฟฟ้าและอุปกรณ์ควบคุมการทำงานของเครื่องจักร  จำนวน 1 ชุด

เปอร์เซ็นต์ความก้าวหน้าคิดถึงวันที่ 6 ม.ค. 2560

ตามแผนงาน  50 %  , ตามผลงานจริง  50 %

ดำเนินการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้นำมาติดตั้ง

 

  ปีงบประมาณ 2559  เป็นเงิน 1,200,000.-บาท  (หนึ่งล้านสองแสนบาทถ้วน)

  – เครื่องจักรระบบชุดหมัก (MBT) ขนาด 5 ตัน ขยะสด/วัน ประกอบด้วย ชุดเครนและรางเครน ชุดสกรูกลับกวนขยะ และชุดมอเตอร์และเกียร์ จำนวน 1 ชุด

เปอร์เซ็นต์ความก้าวหน้าคิดถึงวันที่ 6 ม.ค. 2560

ตามแผนงาน  50 %  , ตามผลงานจริง  50 %

ดำเนินการสร้างเสร็จเรียบร้อยแล้วแต่ยังไม่ได้นำมาติดตั้ง

กองสาธารณะสุข
กองสาธารณะสุข

โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการขยะ เพื่อจัดการคุณภาพสิ่งแวดล้อมในเขตอำเภอเกาะสีชัง (ช่วงต่อจากเดิม) งบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในอำนาจของรองนายกรัฐมนตรี (นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์) งบประมาณ 9,660,000.- บาท ในการก่อสร้างอาคาร และเตาเผาขยะแบบควบคุมอากาศ จำนวน 2 เตา

โครงการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนโดยการแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมัน โดยขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.)

โครงการจัดการขยะมูลฝอยชุมชนโดยการแปรรูปขยะพลาสติกเป็นน้ำมันโดยกระบวนการไพโรไลซิสเป็นโครงการที่นำเสนอภายใต้ทิศทางของแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560-2564) และแผนพัฒนาจังหวัด ซึ่งเน้นการพัฒนาอย่างมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน สมดุลและยั่งยืน และแนวทางส่งเสริมการลงทุนด้านพลังงานทดแทน การอนุรักษ์พลังงาน สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน พร้อมทั้งการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการจัดการสิ่งแวดล้อม และแก้ปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อม เช่น ปัญหาขยะเป็นต้น  และนอกจากโครงการนี้ได้พัฒนาให้สอดคล้องตามแผนพลังงานทดแทนและพลังงานทางเลือก (พ.ศ. 2558- 2579) แล้ว ยังรวมถึงความสอดคล้องกับนโยบายการส่งเสริมพลังงานขยะของภาครัฐอีกด้วย  โดยมีวัตถุประสงค์โครงการดังต่อไปนี้

  1. ดำเนินแนวทางการจัดการขยะมูลฝอยแบบบูรณาการโดยยึดหลักการนำทรัพยากรกลับมาใช้ใหม่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด และสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนในการจัดการขยะและผลิตพลังงาน

  2. เสริมสร้างระบบการคัดแยกขยะของเทศบาลเพื่อให้ได้วัสดุหมุนเวียนคืนกลับมาใช้ประโยชน์ด้านพลังงาน และเพื่อลดปริมาณขยะที่จะนำไปฝังกลบ

  3. แปรรูปขยะพลาสติกที่ได้จากกระบวนการคัดแยกเป็นพลังงานทดแทนประเภทน้ำมันจากขยะโดยใช้เทคโนโลยีไพโรไลซิส และนำไปใช้ประโยชน์ด้านพลังงานสำหรับชุมชน

  4. สร้างความมั่นคงด้านพลังงานให้กับประเทศ ลดการนำเข้าเชื้อเพลิงจากต่างประเทศ และประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานของหน่วยงานและชุมชน

  5. เลือกใช้เทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีประสิทธิภาพ ประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนและบำรุงรักษา และง่ายต่อการดำเนินงาน เหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อชุมชน

โครงสร้างหน่วยงาน

กองสาธารณะสุข

หัวหน้าหน่วยงาน

กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม

เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยงาน

กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม
Morbi leo risus, porta ac, vestibulum at eros.
Sed posuere consectetur est at lobortis.
Ornare Fringilla Ridiculus Risus Mattis
Etiam porta sem magna mollis euismod.

KPMG investigated over Rolls-Royce audits

Ut fermentum massa justo sit amet risus tellus ac cursus commodo, tortor mauris condimentum nibh, ut fermentum massa.

Ackman: Trump will be good for US economy

Ut fermentum massa justo sit amet risus tellus ac cursus commodo, tortor mauris condimentum nibh, ut fermentum massa.

Family kicked off flight after toddler row

Ut fermentum massa justo sit amet risus tellus ac cursus commodo, tortor mauris condimentum nibh, ut fermentum massa.