เทศบาลตำบลเกาะสีชัง

งานพัฒนาชุมชน

งานพัฒนาชุมชน สำนักปลัดเทศบาล

ลักษณะงานโดยทั่วไปของงานพัฒนาชุมชน

สายงานนี้คลุมถึงตำแหน่งต่าง ๆ ที่ปฏิบัติงานด้านวิชาการพัฒนาชุมชน ซึ่งมีลักษณะงานที่เกี่ยวกับการพัฒนาชุมชน  ด้านเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม การศึกษา สันทนาการ การอนามัยและสุขาภิบาล การปกครองส่วนท้องถิ่นและความเจริญด้านอื่น ๆ โดยเป็นผู้ประสานงานระหว่างส่วนราชการและองค์การอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่นทุกด้าน และปฏิบัติหน้าที่อื่นที่เกี่ยวข้อง

บุคลากรงานพัฒนาชุมชน

1. นายธนกร พึ่งสัมพันธ์       หัวหน้างาน

2. นางภัณฑิลา ศิริรัตนะ       ผู้ช่วยงาน

3. นางสาวผกาแก้ว ดวงมณี  ผู้ช่วยงาน

หน้าที่และความรับผิดชอบหลัก

ปฏิบัติงานในฐานะผู้ปฏิบัติงานระดับต้น ที่ต้องใช้ความรู้ ความสามารถทางวิชาการในการทำงานปฏิบัติงานด้านวิชาการพัฒนาชุมชนภายใต้การกำกับ แนะนำ ตรวจสอบ และปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมาย จากการดำเนินงานที่งานพัฒนาชุมชนได้ปฏิบัติอยู่ในปัจจุบัน แบ่งออกเป็น 2 ด้าน ดังต่อไปนี้

ด้านที่ 1 ด้านการปฏิบัติงานตามหน้าที่

งานพัฒนาชุมชน

1. การจัดประชุมเพื่อจัดการเลือกตั้งคณะกรรมการชุมชนภายในเขตเทศบาลตำบลเกาะสีชัง

งานพัฒนาชุมชน

2. โครงการพัฒนา ส่งเสริม ประสานงานและสนับสนุนผู้นำชุมชนหรือกรรมการชุมชนเพื่อให้รู้ถึงบทบาทหน้าที่และเกิดการพัฒนาศักยภาพให้สามารถพัฒนาชุมชนของตนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

งานพัฒนาชุมชน

3. การรวบรวมและลงทะเบียนผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ติดเชื้อเอดส์

  • กำหนดวันลงทะเบียน 1 – 30 พฤศจิกายน ของทุกปี
  • เริ่มจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ตั้งแต่เดือนตุลาคม ของปีถัดไป จะได้รับทุกเดือนตามมติคณะรัฐมนตรีที่กำหนดอัตราเบี้ยยังชีพรายเดือนแบบขั้นบันไดสำหรับผู้สูงอายุ ดังนี้

    อายุ 60 – 69 ปี จะได้รับ 600 บาท

    อายุ 70 – 79 ปี จะได้รับ 700 บาท

    อายุ 80 – 89 ปี จะได้รับ 800 บาท

    อายุ 90 ปีขึ้นไป จะได้รับ  1,000 บาท

  คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ์ได้รับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

  1. สัญชาติไทยและมีภูมิลำเนาอยู่ในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามทะเบียนบ้าน

  2. ผู้สูงอายุต้องเกิดก่อนวันที่ 1 ตุลาคม ในปีที่มีอายุ 59 ปี

งานพัฒนาชุมชน

3.2 การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ติดเชื้อเอดส์

การกู้ยืมเงินของกรมพัฒนาสังคมฯ ปี พ.ศ. 2557 เริ่มมีการเปิดการให้กู้สำหรับคนชราและผู้พิการของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลเกาะสีชัง

กรมพัฒนาสังคมฯ ที่ได้เปิดการให้กู้ยืมกับผู้สูงอายุและผู้พิการ ได้เกิดขึ้นนั้นที่ได้รับการสงเคราะห์เงินช่วยเหลือจากรัฐบาล นั้นสามารถที่จะกู้ได้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2557 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันจนในปีพ.ศ. 2559 นั้นก็ยังมีการกู้ยืมเงินเพิ่มมากขึ้น  การกู้เป็นการช่วยเหลือและส่งเสริมให้กับคนชราที่มีอาชีพอยู่แล้วได้ประกอบกิจการของตนเองต่อไปเพื่อมีรายได้เพิ่มมากขึ้น  โดยที่ไม่ต้องเป็นภาระของลูกหลาน

หลักเกณฑ์การกู้ยืมเงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุ

  1. วัตถุประสงค์
  • เพื่อให้ผู้สูงอายุกู้ยืม เป็นทุนประกอบอาชีพ เป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม
  1. ลักษณะการให้การกู้ยืม
  • ให้ผู้สูงอายุกู้ยืม เป็นทุนประกอบอาชีพ เป็นรายบุคคลและรายกลุ่ม
  1. วิธีการให้การกู้ยืม
  • ให้ผู้สูงอายุได้กู้ยืมเงินเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ โดย

    3.1 กู้ยืมเป็นรายบุคคลได้คนละไม่เกิน 30,000 บาท

    3.2 กู้ยืมเป็นรายกลุ่มๆละไม่น้อยกว่า 5 คนได้กลุ่มละไม่เกิน 100,000 บาท

  • ทั้งนี้ ให้ชำระคืนเป็นรายงวด ภายในระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี โดยไม่คิดดอกเบี้ย
  1. คุณสมบัติของผู้กู้ยืมและผู้คํ้าประกัน

ผู้สูงอายุที่ต้องการขอรับเงินทุนประกอบอาชีพจากกองทุนผู้สูงอายุ ต้องมีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไป และมีสัญชาติไทยที่ประสบปัญหาความเดือดร้อนด้านเงินทุนประกอบอาชีพ โดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากแหล่งทุนอื่น หรือได้รับแต่ไม่เพียงพอ และมีคุณสมบัติดังนี้

  ก. คุณสมบัติผู้กู้ยืม

  1. สามารถประกอบอาชีพได้
  2. มีแผนงานหรือโครงการประกอบอาชีพที่เหมาะสม
  3. กรณีกู้ยืมรวมกลุ่มประกอบอาชีพ (กลุ่มละไม่น้อยกว่า 5 คน) ต้องมีคุณสมบัติตาม 1, 2, 3 และต้องมีการจัดโครงสร้างกลุ่ม ประกอบด้วย

  (ก) มีรายชื่อกรรมการกลุ่ม

  (ข) รายชื่อสมาชิกกลุ่ม

  (ค) มีแผนงาน/โครงการการประกอบอาชีพที่กระทำรวมกันเป็นกลุ่ม

  (ง) หนังสือรับรองจากองค์กรของผู้สูงอายุ/องค์กรภาคเอกชน/หน่วยงาน ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง

  1. กรณีผู้กู้ยืมมีคู่สมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสด้วย

หากผู้ขอกู้รายใดไม่ผ่านการพิจารณาเนื่องจากคุณสมบัติผู้กู้ไม่ผ่านเกณฑ์, รายได้เกินเกณฑ์ และกู้ผิดวัตถุประสงค์ จะสามารถส่งมาใหม่ได้หลังจากผ่าน 6 เดือนมาแล้ว นับจากวันที่คณะกรรมการบริหารกองทุนผู้สูงอายุพิจารณา

  ข. คุณสมบัติผู้คํ้าประกัน

  – กรณีให้กู้ยืมเป็นรายบุคคล

ผู้กู้ต้องหาบุคคลที่น่าเชื่อถือจำนวน 1 คน เป็นผู้คํ้าประกัน เช่น เป็นผู้ที่มีอาชีพมั่นคง รายได้แน่นอน มีหลักฐานแสดงรายได้และการประกอบอาชีพ (หนังสือรับรอง สมุดบัญชีธนาคารที่มียอดหมุนเวียนเข้าทุกเดือนอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไปที่ยืนยันการมีรายได้ของผู้คํ้าประกัน) มีที่อยู่อาศัยที่แน่นอนตรวจสอบได้โดยมีภูมิลำเนาเดียวกันกับผู้ขอกู้ยืม และไม่เป็นผู้คํ้าประกันให้บุคคลอื่นที่ขอกู้ยืมเงินจากกองทุนผู้สูงอายุหรือไม่เป็นผู้ที่กู้ยืมด้วยกันเอง

  – กรณีให้กู้ยืมเป็นรายกลุ่ม

สมาชิกในกลุ่มที่ต้องการกู้ยืมเงิน ต้องจัดหาผู้คํ้าประกันตามจำนวนผู้กู้ยืม โดยต้องเป็นผู้ที่มีอาชีพมั่นคง รายได้แน่นอน มีหลักฐานแสดงรายได้และการประกอบอาชีพ (หนังสือรับรอง สมุดบัญชีธนาคารที่มียอดหมุนเวียนเข้า

ทุกเดือนอย่างน้อย 3 เดือนขึ้นไป หรือ บัญชีสหกรณ์ทั่วไป ที่ยืนยันการมีรายได้ของผู้คํ้าประกัน) และมีที่อยู่อาศัยที่แน่นอนตรวจสอบได้ ไม่เป็นผู้คํ้าประกันให้บุคคลอื่นที่ขอกู้ยืมเงินจากกองทุนผู้สูงอายุหรือไม่เป็นผู้ที่กู้ยืมด้วยกันเองและต้องรับผิดชอบลูกหนี้ร่วมกัน

  – กรณีผู้คํ้าประกันมีคู่สมรส ต้องได้รับความยินยอมจากคู่สมรสด้วย

  – ผู้คํ้าประกันต้องมีภูมิลำเนาเดียวกันกับผู้ขอกู้ยืม

  1. วงเงินที่กองทุนผู้สูงอายุให้การสนับสนุน

  5.1 รายบุคคล อนุมัติเงินกู้ยืมตามความเหมาะสม รายละไม่เกิน30,000 บาท

  5.2 รายกลุ่ม กลุ่มละไม่น้อยกว่า 5 คน อนุมัติเงินกู้ยืมตามความเหมาะสม กลุ่มละไม่เกิน 100,000 บาท

  • ทั้งนี้ การพิจารณาอนุมัติคำนึงถึงความสามารถในการชำระหนี้ด้วย
  1. เอกสารประกอบการกู้ยืม

  6.1 กรณีให้กู้ยืมเป็นรายบุคคล ประกอบด้วย

  (ก) สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ขอกู้ยืม

  (ข) สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้คํ้าประกัน

  (ค) ประมาณการค่าใช้จ่ายในการประกอบอาชีพ / แผนผังการประกอบอาชีพ,ที่อยู่อาศัย

  (ง) หนังสือรับรองเงินเดือน/สลิปของผู้คํ้าประกัน (เว้นแต่เกษตรกร)

  (จ) หนังสือยินยอมคู่สมรส ผู้ขอกู้และผู้คํ้าประกัน (หากมี)

  (ฉ) หนังสือสัญญาเช่าบ้าน (ในกรณีที่ผู้กู้เช่าบ้านอยู่)

6.2 กรณีให้กู้ยืมเป็นรายกลุ่ม ประกอบด้วย

  (ก) สำเนาบัตรประชาชน

  (ข) สำเนาทะเบียนบ้าน

  (ค) โครงการประกอบอาชีพของกลุ่ม

  (ง) หนังสือสัญญาเช่าบ้าน (ในกรณีที่ผู้กู้เช่าบ้านอยู่)

  (จ) สำเนาทะเบียนบ้าน และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้คํ้าประกัน

  (ฉ) หนังสือรับรองเงินเดือนของผู้คํ้าประกัน (เว้นแต่เป็นเกษตรกร)

  (ช) หนังสือยินยอมคู่สมรส (หากมี)

  1. การทำสัญญากู้ยืมเงิน

– หากผู้กู้ได้รับการอนุมัติให้กู้ยืมเงิน ทางสำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ หรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด (ตามสถานที่ที่ผู้กู้ได้ยื่นกู้) แจ้งให้ผู้กู้และผู้คํ้าประกัน หรือกลุ่มประกอบอาชีพของผู้สูงอายุ มาทำสัญญากู้ยืมเงิน และสัญญาคํ้าประกัน ถ้าไม่มาทำสัญญาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่แจ้งให้ทราบ ให้ถือว่าการกู้ยืมเงินในครั้งนั้น เป็นอันสละสิทธิ์/ยกเลิก หากเป็นส่วนภูมิภาคจะต้องแจ้งให้กองทุนผู้สูงอายุทราบด้วย ว่ามีผู้ผ่านการอนุมัติใดที่ไม่มาทำสัญญาภายใน 30 วัน เพื่อแจ้งผลการยกเลิกให้กับผู้กู้ทราบต่อไป

  1. การชำระคืนเงิน

ให้ผู้กู้ส่วนภูมิภาคผ่อนชำระตามสัญญา ณ สำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุหรือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หรือทางธนาณัติ (ตามที่สถานที่ที่ผู้กู้ได้ยื่นขอกู้) ภายในระยะเวลา 3 ปี นับแต่วันที่รับเงินกู้ โดยไม่มีดอกเบี้ย ให้ชำระคืนเป็นรายงวดทุก 30 วัน ภายในวันที่ 5 ของทุกๆ เดือน หรือไม่เกินวันที่ 15 ในเดือนนั้น ๆ

เมื่อผู้กู้ได้ชำระเงินกู้เป็นรายงวดแล้ว จะได้รับหลักฐานการรับเงินทุกครั้ง หากไม่ได้รับหลักฐานการรับเงินให้แจ้งมาที่

กลุ่มกองทุนผู้สูงอายุ สำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ สำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ

ที่ตั้ง เลขที่ 618/1 ถนนมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพ 10400

เบอร์โทรศัพท์ 02255 -5850-9 ต่อ 287 และ 289 โทรสาร 02253-9115

  1. สถานที่ติดต่อขอรับการกู้ยืมเงิน

– ในเขตกรุงเทพมหานคร ให้ยื่นที่สำนักส่งเสริมและพิทักษ์ผู้สูงอายุ

– ในส่วนภูมิภาค ให้ยื่นที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด

– หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เทศบาลตำบลเกาะสีชัง

การจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุปี พ.ศ. 2557 เริ่มดำเนินการมาจนถึงปัจจุบัน

แนวคิดการจัดตั้งศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุ เป็นการจัดสวัสดิการสังคมสำหรับผู้สูงอายุในชุมชนโดยใช้ชุมชนเป็นฐาน และเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุ แกนนำ อาสาสมัคร ชุมชน องค์กรเครือข่ายจากภาครัฐ และภาคเอกชนมีส่วนร่วมขับเคลื่อนการดำเนินงานศูนย์ฯ โดยมีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้การหนุนเสริม ศูนย์ฯ ดำเนินการภายใต้แนวคิด “ร่วมแรง ร่วมใจ ผู้สูงวัยกายใจเบิกบาน” เพื่อให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่รวมกลุ่มในการจัดกิจกรรมและบริการที่ครอบคลุมทุกมิติทางด้านสุขภาพ สังคม จิตใจ และเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมิติด้านเศรษฐกิจที่เน้นการสร้างรายได้และการมีงานทำที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุเพื่อยกระดับการจัดบริการและสวัสดิการทางสังคมในการคุ้มครอง ส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงอายุแบบครบวงจร สามารถตอบสนองปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายุและชุมชนได้

วัตถุประสงค์

  – เพื่อส่งเสริมให้ผู้สูงอายุได้มีสถานที่ในการจัดกิจกรรมและบริการเพื่อการพัฒนาด้านสังคม

  – เพื่อเป็นศูนย์ส่งเสริมอาชีพ และจำหน่ายสินค้าผลิตภัณฑ์

  – เพื่อเป็นศูนย์รวมการถ่ายทอดภูมิปัญญา

  – เพื่อเป็นศูนย์ส่งเสริมและสนับสนุนอาสาสมัครดูแล

  – เป็นศูนย์ข้อมูลผู้สูงอายุในพื้นที่

โดยมีการดำเนินการ ดังนี้

– จัดหาสถานที่สำหรับการดำเนินการสร้างศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตฯ

– สำรวจสภาพปัญหา และความต้องการของผู้สูงอายุในเขตเทศบาลตำบลเกาะสีชัง

– เสนอแผนการดำเนินงานพร้อมโครงการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณ

– สนับสนุนการจัดกิจกรรมของศูนย์พัฒนาคุณภาพชีวิตและส่งเสริมอาชีพผู้สูงอายุให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์

– ติดตามประเมินผลความก้าวหน้า

งบประมาณที่นำมาดำเนินการแบ่งเป็น 2 ส่วน

  1. งบสำหรับการปรับปรุง ซ่อมแซม สถานที่เพื่อจัดตั้งศูนย์ฯ โดยคณะกรรมการได้เลือกสถานที่ ตลาด OTOP เป็นงบประมาณ  300,000 บาท
  2. งบสำหรับการจัดเตรียมครุภัณฑ์ สำนักงานในการจัดตั้งศูนย์ฯ เป็นงบประมาณ 198,850 บาท

   

4. การส่งเสริมอาชีพและสนับสนุนอาชีพที่เหมาะสมแก่ประชาชนในชุมชน เพื่อให้กลุ่มประชาชนที่เข้าร่วมสามารถเพิ่มผลผลิตและสร้างรายได้ให้กับครัวเรือน และชุมชนได้ ดังนี้

การส่งเสริมอาชีพให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย

ตั้งแต่เริ่มที่มีการยกฐานะของเทศบาลขึ้นมาในปี พ.ศ. 2542 นั้น งานพัฒนาชุมชนยังไม่ได้มีการสนับสนุนหรือส่งเสริมด้านอาชีพให้กับประชาชนแต่อย่างใด งานพัฒนาชุมชนได้เริ่มการพัฒนาฝีมืออาชีพเพื่อส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้มีอาชีพเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครอบครัว

ในปี พ.ศ. 2559

ศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพฯ 36 พรรษา จังหวัดชลบุรี โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยกองต่อต้านการค้ามนุษย์ ได้ร่วมมือกับกรมกิจการสตรีและสถาบันครอบครัว ประสานศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีฯ ฝึกอบรมโครงการ “เติมใจสู้ภัยแล้ง ห่างไกลภัยค้ามนุษย์” ประจำปีงบประมาณ 2559 ให้แก่ราษฎรในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้งตามประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสงภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) โดยมีการฝึกอบรม  5  อาชีพ ดังนี้

 

โครงการผูกผ้าเพื่องานพิธี

ในการจัดโครงการดังกล่าวเป็นการต่อเนื่องจากการผูกผ้าของสมาคมสันนิบาตภาคตะวันออก ที่ได้ทำการจัดอบรมซึ่งมีผู้ให้ความสนใจงานพัฒนาชุมชนเห็นถึงความสำคัญเกี่ยวกับการจัดงานในราชพิธีสำคัญต่าง ๆ ซึ่งทางเทศบาลตำบลเกาะสีชังนั้นได้ใช้การผูกผ้านี้ในหลาย ๆ งาน ซึ่งพนักงานเดิมที่มีความรู้บ้างแล้วก็ได้มีจำนวนน้อย  งานพัฒนาชุมชนจึงจัดดำเนินโครงการนี้ขึ้นมาเพื่อให้ประชาชนผู้สนใจ และพนักงานเทศบาลซึ่งมีความสนใจในด้านนี้เข้าร่วม “โครงการผูกผ้าเพื่องานพิธี”

 

ส่งเสริมประมงพื้นบ้าน

การดำเนินการส่งเสริมประมงพื้นบ้าน  การทำประมงพื้นบ้านของอำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี เป็นการทำประมงแบบยั่งยืน  พื้นที่ของอำเภอเกาะสีชังมีความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องของอาหารทะเลอาจจะเป็นสิ่งตรงข้ามกันระหว่างการค้าต่างประเทศ กับการประมง  ซึ่งไม่น่าที่จะมีสัตว์ทะเลที่อุดมสมบูรณ์และมีรสชาติที่แปลกหาทานได้ยากที่จะมีความอร่อยโดยสามารถที่จะทำการประมงเปลี่ยนแปลงได้อยู่ตลอด เรามีสัตว์ที่ทะเลที่ครอบทุกอย่างไม่ว่าจะเป็น ปูม้า ปลาชนิดต่าง ๆ กุ้งชนิดต่าง ๆ ปลาหมึกที่มีรสชาติขึ้นชื่อในความอร่อยและสามารถที่จะแบ่งออกมาให้เป็นการหาในแต่ละประเภท  ดังนี้

  1. การวางลอบปลา ลอบปู
  2. การวางอวนปลา อวนปู
  3. การวางอวนกุ้ง
  4. การไดร์ปลาหมึก
  5. การพาท่องเที่ยวตกปลา

โครงการบ้านมั่นคง

รัฐบาลได้มีนโยบายเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาด้านที่อยู่อาศัย  โดยมีสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) เป็นหน่วยงานการสนับสนุนและช่วยเหลือองค์การต่าง ๆ ในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่อยู่อาศัยของประชาชนร่วมกับภาคีพัฒนาต่าง ๆ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถาบันการศึกษา หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ซึ่งเทศบาลตำบลเกาะสีชัง ได้กำหนดเป้าหมายในการดำเนินงานตามโครงการบ้านมั่นคงให้ครอบคลุมพื้นที่ชุมชนในเขตเทศบาลตำบลเกาะสีชัง นั้น

คณะผู้บริหารของเทศบาลตำบลเกาะสีชังจึงมีนโยบายที่จะจัดหาที่ดิน บริเวณหมู่ที่ 3 ตำบลท่าเทววงษ์ อำเภอเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี จำนวน 10 ไร่ ขึ้นในปี พ.ศ. 2557 เพื่อนำมาจัดสรรเข้า “โครงการบ้านมั่นคง”  โดยรุ่นที่ 1 ที่เริ่มให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการนี้มีอยู่จำนวน 188  ครัวเรือน  เทศบาลตำบลเกาะสีชังได้ตระหนักและเห็นความสำคัญในการดำเนินการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนเพื่อที่จะจัดทำแผนพัฒนาที่อยู่อาศัยของชุมชนให้เป็นเมืองน่าอยู่อย่างยั่งยืน โดยเน้นกระบวนการมีส่วนร่วมของชุมชนในการแก้ปัญหาดังกล่าว  จึงได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.)

แผนงานดำเนินการที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต งานพัฒนาชุมชนเทศบาลตำบลเกาะสีชัง

  1. การจัดทำโครงการอบรมการนวดแผนไทย เพื่อเป็นการส่งเสริมอาชีพให้กับผู้ไม่มีรายได้ หรือผู้มีรายได้น้อยเพื่อเพิ่มรายได้ให้กับครัวเรือนของประชาชน และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง โดยการหากลุ่มของผู้ที่สนใจจัดตั้งเป็นกลุ่มเพื่อเข้าอบรมการนวดแผนไทย
  2. การจัดทำโครงการเลี้ยงตัวอ่อน เพื่อการอนุบาลของปู กับโครงการเลี้ยงไข่หมึก  เพื่อเพิ่มปริมาณของสัตว์น้ำทะเลที่อยู่บริเวณรอบเกาะสีชังให้มีจำนวนมากขึ้น เพื่อดูแลความสมดุลของธรรมชาติที่มีอยู่ให้สามารถมีไปยังรุ่นลูกหลานได้ และเป็นการส่งเสริมอาชีพอีกทางหนึ่งด้วย
  3. การจัดหาพื้นที่ในการเพาะปลูกพืชผัก สวนครัว ในการจำหน่าย โดยการจัดกลุ่มขึ้นมา จัดหาพื้นที่ภายในชุมชนเพื่อจัดดำเนินการตามโครงการดังกล่าวได้อย่างเหมาะสม เพื่อจำหน่ายเสริมสร้างอาชีพพร้อมกับรายได้ให้ประชาชนที่สนใจเข้าร่วมในโครงการ
  4. การจัดกลุ่มทำดอกไม้จันทน์

Aenean eu leo quam. Pellentesque ornare sem lacinia quam venenatis vestibulum. Nullam quis risus eget urna mollis ornare vel eu leo. Cras justo odio, dapibus ac facilisis in, egestas eget quam. Donec id elit non mi porta gravida at eget metus.
Morbi leo risus, porta ac, vestibulum at eros.
Sed posuere consectetur est at lobortis.
Ornare Fringilla Ridiculus Risus Mattis
Etiam porta sem magna mollis euismod.

KPMG investigated over Rolls-Royce audits

Ut fermentum massa justo sit amet risus tellus ac cursus commodo, tortor mauris condimentum nibh, ut fermentum massa.

Ackman: Trump will be good for US economy

Ut fermentum massa justo sit amet risus tellus ac cursus commodo, tortor mauris condimentum nibh, ut fermentum massa.

Family kicked off flight after toddler row

Ut fermentum massa justo sit amet risus tellus ac cursus commodo, tortor mauris condimentum nibh, ut fermentum massa.